Categories
Blog

9 ประโยชน์ของการวิ่ง40-50นาที สุขภาพดีห่างไกลจากโรคร้าย

Paul Sky

ในปัจจุบันผู้คนหันมารักสุขภาพกันมาขึ้น การเดินและการวิ่ง เป็นกิจกรรมดีๆที่ผู้คนให้ความสนใจ การวิ่งยังช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ดีทั้งสุขภาพกายและจิตใจ แถมยังมีหุ่นที่น่าอิจฉาเพียงแค่วิ่งวันละ 40-50 นาที บางคนอาจไม่มีเวลาอย่างน้อย ควรวิ่ง 3-4 วันต่อสัปดาห์ ถือเป็นกิจกรรมดีๆที่ไม่ต้องเสียเงิน ได้สูดอากาศที่ถ่ายเท ได้พบเพื่อนใหม่ๆ  9 ประโยชน์ของการวิ่งมีอะไรบ้างไปอ่านกันเลยค่ะ

1.ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น

นอกจากจะเพิ่มความฟิตของร่างกายแล้ว การวิ่ง ยังช่วยรักษาระบบไหลเวียนเลือดให้เป็นปกติ ใบหน้าสีแดงดูมีเลือดฝาดเพราะออกซิเจนในเลือดนั้นวิ่งไปที่พื้นผิวช่วยเพิ่มออกซิเจนทส่งผลให้การหายใจดีขึ้น และหัวใจแข็งแรง ทำให้ร่างกายส่วนต่างๆทำงานได้ดีขึ้น

2.อารมณ์ดี ลดความเครียด

ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน แต่เมื่อความเครียดเกิดขึ้นแล้วควรหาทางออกให้กับตัวเอง ไม่ควรคิดฟุ้งซ้านกับความเครียด ไม่มีอะไรดีขึ้น รู้ไหมค่ะว่า การวิ่งนั้นช่วยบำบัดความเครียดได้ การวิ่งช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น สภาพจิตใจดีขึ้น ในขณะที่เราวิ่งสติจะจดจ่อกับการวิ่ง และปลดปล่อยสารเอ็นโดฟินออกมา นั่นคือสารแห่งความสุข เมื่อกลับมาถึงบ้านจะรู้สึกดีขึ้น นอกจากร่างกายจะเเข็งแรงแล้ว ยังทำให้อารมณ์ดีอีกด้วย ไปวิ่งกันค่ะ

3.ช่วยให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรค

การวิ่งวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือแค่เดินบ่อยๆทุกๆวันนอกจากจะช่วยให้หัวใจแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดในสมองอีกด้วย

4.มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น

การวิ่งนอกจากจะทำให้สุขภาพกายและใจดีแล้ว ยังมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น และวันไหนที่ไม่ได้ออกกำลังกายจะรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่าง กระวนกระวายอยากออกกำลังกาย นั่นคือสิ่งที่ดีงาม เพราะคุณรักสุขภาพและรักตัวเองมากขึ้น

Tomasz Woźniak

5.รูปร่างดี ไขมันลด

วิ่งเป็นประจำ 40-50 นาทีนอกจากจะช่วยให้รูปร่างดี หุ่นเฟิร์มหุ่นดูกระชับมากขึ้น และในร่างกายของเรามีไขมันดี และไขมันเลว การวิ่งยังช่วยสลายไขมัน เบริ์นไขมันเลวออกไป ลดคอเรสเตอรอล  ฉะนั้นการวิ่งคือการเผาผลาญที่ดีค่ะ

6.ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

รู้หรือไม่ หากอายุเพิ่มขึ้นมวนกระดูกจะลดลง หากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้กระดูกแข็งแรงและช่วยลดโรคกระดูกพรุ่นอีกด้วย

7.ความจำดีขึ้น 

การวิ่งและเดินนอกจากจะทำให้สุขภาพจิตดีแล้วยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรค โรคอัลไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน เพราะการวิ่งทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ระบบประสาททำงานได้อย่างเต็มที่กระตุ้นการเคลื่อนไหว เดินวิ่งทุกวันวันละ 1-2กิโลลดความเสี่ยงได้ครึ่งหนึ่ง

8.ภูมิคุ้มกันแข็งแรง

การที่ร่างกายเจ็บป่วยง่าย เพราะระบบภูมิคุ้มกันโรคอ่อนแอ แต่การวิ่งทุกวันอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ระบบภูมิคุ้มกันได้ แต่จะต้องหมั่นวิ่งเป็นประจำสม่ำเสมอนะคะ รับรองสุขภาพแข็งแรงมากขึ้นแน่นอน

9.ลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

การวิ่งยังเหมาะสำหรับ ผู้ที่มีระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารไม่ดี การเดิน การวิ่งจ๊อกกิ้งยังสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยส่วนมากมักเกิดขึ้นกับผู้หญิง เดินบ่อยๆวันละ 20-30 นาที

Jane Palash
ข้อควรปฎิบัติ

บางครั้งการออกกำลังกายมากเกินไป ทำให้ร่างกายเจ็บปวด ปวดตามร่างกาย หัวเข่า ข้อเท้า ขา บางครั้งเราวิ่งอย่างรวดเร็ว และสภาพร่างกายยังไม่พร้อมและเกิดการเจ็บปวดตามมา ควรวิ่งค่อยเป็นค่อยไป วิ่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือ อันตรายต่อร่างกาย

1.การสวมรองเท้านั้นสำคัญมาก ควรสวมรองเท้าผ้าใบที่เหมาะสมแก่การวิ่งเพื่อจะได้รองรับน้ำหนักเท้าขณะที่กำลังวิ่ง หากรองเท้าหลวมหรือคับเกินไป ควรเปลี่ยนเป็นรองเท้าที่เหมาะกับเท้าของเรา และหากรองเท้าที่สวมใสเกาและขาดเกินไปควรเปลี่ยนรองเท้าที่มีคุณภาพให้เหมาะสมกับการวิ่ง

2.ก่อนที่จะวิ่งควรวอร์มอัพร่างกายก่อนที่จะวิ่ง เพราะวิ่งอย่างรวดเร็ว ร่างกายยังไม่พร้อม ยังไม่ปรับตัวอาจเกิดการบาดเจ็บได้ และหลังจากวิ่งเสร็จควรยืดกล้ามเนื้อในท่าต่างๆ เพื่อตื่นเช้ามาอีกวันร่างกายจะไม่เจ็บปวด

3.ค่อยๆวิ่งค่อยๆเพิ่มระยะทางอย่าหักโหมร่างกายจนเกินไปควรหมั่นฝึกซ้อม และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เพิ่มความเร็ว เช่น วิ่งอย่างรวดเร็ว ผลที่ตามมาร่างกายบาดเจ็บปวดเมื่อยและไม่อยากวิ่งอีกต่อไป

4.ให้หมั่นสังเกตุตัวเอง หากรู้สึกเจ็บปวด วิงเวียนคล้ายจะเป็นลมในขณะที่วิ่งควรวิ่งช้าลง หรือหยุดพักไม่ควรฝื่นร่างกายและวิ่งต่อ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเจ็บปวด

5.ปกติควรวิ่งหรือเดิน 4วันต่อสัปดาห์ หากรู้สึกปวดเมื่อยร่างกายไม่ไหว ควร 3วันต่อสัปดาห์

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *