Categories
Blog

12 ประโยชน์ของหน่อไม้ และข้อควรระวัง

Kevin Wong

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน เป็นฤดูกาลของเมนูยอดนิยม นั่นคือ หน่อไม้ หน่อไม้เป็นอาหารที่หลายคนชอบทาน สามารถทำได้สาระพัดเมนู สามารถนำหน่อไม้มาต้ม หรือนึ่งอัดกระป๋องไว้ทานได้นาน มีรสอ่อน สามารถทานง่าย ได้รับความนิยมกันส่วนมาก ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น หลายประเทศในโซนเอเชีย มักนิยมนำมาปรุงอาหารกัน แต่หน่อไม้ มีทั้งประโยชน์ และโทษ ดังนั้นควรพิจาราณาสำหรับคุณ หากอยากทานหน่อไม้

หน่อไม้คืออะไร ?

หน่อไม้คือ หน่อไผ่ที่มีหน่ออ่อนแตกออกมาจากเหง้า ลักษณะสีเขียว ปอกเปลือกด้านในออกจะมีเนื้อสีขาว หากนำไปต้นปรุงสุกจะมีสีเหลืออ่อนๆ สามารถนำมาแปรรูปได้หลายอย่าง เช่น แบบแห้ง แบบสด และอัดกระป๋อง เมื่อต้องการปรุงอาหารสามารถนำมา ต้มกิน ผัดหน่อไม้ใส่หมู กระเพาหมูสับหน่อไม้ แกงหน่อไม่ใส่สารพัดเห็ด อ่อม ซุปหน่อไม้ ทำเป็นต้มจืด ดองเก็บไว้กิน เป็นต้น นอกจากนี้ หน่อไม้ที่สามารถนำมาปรุงอาหาร มีหลายสายพันธุ์มาก 1,500 สายพันธุ์ทั่วโลก ซึ่งส่วนมากมักพบได้ในเอเชียเป็นส่วนใหญ่

หน่อไม้ดิบ

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้กล่าวเตือนประชาชนว่า ในหน่อไม่ดิบ หรือ หน่อไม้ที่ยังปรุงไม่สุก อาจได้รับพิษจากสารไซยาไนด์ ซึ่งมีอยู่ในหน่อไม้ตามธรรมชาติ และทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย หากเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อย สามารถขับออกทางปัสสาวะได้ แต่ถ้าได้รับในปริมาณมาก สารไซยาไนด์จะจับตัวกับสารในเม็ดเลือดแดง (hemoglobin) แทนที่ออกซิเจนทำให้เกิดอาการขาดออกซิเจน หมดสติและอาจทำให้เสียชีวิตได้

ดังนั้น ดังนั้นประชาชนที่นิยมทานหน่อไม้ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ก่อนที่จะนำหน่อไม้ไปบริโภคควรปรุงให้สุก ด้วยการต้มหน่อไม้ในน้ำเดือดนานอย่างน้อย 10-15 นาที ซึ่งสามารถลดปริมาณสารไซยาไนด์ลงได้ถึงร้อยละ 90.5

ประโยชน์ของหน่อไม้

1.ลดระดับคอเลสเตอรอล หน่อไม้สามารถลดระดับคอเลสเตอรอล งานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่า เส้นใยที่สกัดจากหน่อไม้สามารถช่วยลดระดับ LDL (ไขมันไม่ดี) คอเลสเตอรอลของคุณ เพราะเส้นใยที่ละลายในน้ำได้ในหน่อไม้ ช่วยดูดซับน้ำในลำไส้ และสามารถเชื่อมโยงกับเหตุผลที่ว่า คอเลสเตอรอลลดลง

2.มีกากใย สุขภาพลำไส้ดี หากทานหน่อไม้สุก 1 ถ้วย ประมาณ (155 กรัม) ในหน่อไม้มีกากใย มีไฟเบอร์ สามารถป้องกันโรค ริดสีดวง ลดอาการท้องผูกได้ และมะเร็งลำใส้ใหญ่ได้อีกด้วย 

3.พรีไบโอติก ในหน่อไม้ที่เรารับประทานยังมีพรีไบโอติก นั่นคือทำให้เชื้อเพลิงสำหรับแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้ของคุณ และไมโครไบโอมในลำไส้ของคุณอาจมีบทบาทสำคัญ สามารถช่วยป้องกันภาวะต่างๆ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะซึมเศร้า และโรคอ้วน 

4.แคลอรีต่ำ แต่มีไฟเบอร์สูง หน่อไม้สามารถเป็นอาหารเสริมที่ดีเลยทีเดีย ในการลดน้ำหนักเป็นอย่างดี ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้ในระหว่างวัน เส้นใยของหน่อไม้สามารถลดไขมันที่หน้าท้องได้เป็นอย่างดี สามารถสนับสนุนสุขภาพทางเดินอาหารเพื่อประโยชน์ในการลดน้ำหนัก

6.เพิ่มปริมาณวิตามินอี อีกประโยชน์ของการทานหน่อไม้คือ ช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินอี ให้กับร่างกาย สามารถช่วยป้องกันการอักเสบของโรคเรื้อรังต่างๆได้ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย 

7.แคลเซียม หน่อไม้ สามารถช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง

8.ธาตุเหล็ก มีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือดแดงให้แก่ร่างกายได้ ซึ่งธาตุเหล็กจะสามารถช่วยป้องกัน ภาวะโลหิตจาง ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย

9.ธาตุฟอสฟอรัส มีมากพอที่ให้พลังงานกับร่างกาย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบดตของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างร่างกายส่วนที่สึกหรอ

 10.ปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย ในทางแพทย์แผนจีน เชื่อว่า หน่อไม้เป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น มีรสหวาน มีสรรพคุณ ช่วยแก้กระหาย บำรุงกำลัง บำรุงเลือด ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยปรับความสมดุลให้แก่ร่างกายได้ค่ะ

11.ทองแดงสูง ในหน่อไม้มีทองแดงสูง เป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อสุขภาพผิว การทำงานของสมอง 

12.กรดอะมิโน ในหน่อไม้มีกรดอะมิโน เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายของเราไม่สามารถผลิตเองได้

 

ข้อควรระวัง ของหน่อไม้

1.มีพิษของไซยาไนด์ ในหน่อไม้สด มีพิษของไซยาไนด์ หากร่างกายได้รับสารตัวนี้ในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้ ควรต้มอย่างน้อย 10 นาทีก่อนบริโภค

2. โรคคอพอก หน่อไม้อาจส่งผลถึงการทำงานของต่อมไทรอยด์ ควรหลีกเลี่ยง การรับประทานหน่อไม้ เพราะอาจทำให้อาการหนักขึ้นจากเดิมได้ค่ะ

4.สารพิวรีนสูง ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวเข่า ผู้ป่วยโรคเกาต์ ควรหลีกเลี่ยง ไม่ควรรับประทาน เพราะในหน่อไม้มีสาร พิวรีนสูง ซึ่งสารตัวนี้อาจจะทำให้กรดยูริกนั้นสูงขึ้นนั่นเอง

5.โรคไต ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน เนื่องจากในหน่อไม้ มีกรดยูริกสูง อาจส่งผลเสีย และทำให้อาการหนักกว่าเดิมค่ะ

6.หน่อไม้อัดปี๊ป หน่อไม้ถุง นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ได้กล่าวว่า ระวังอันตรายจากปนเปื้อนพิษของเชื้อที่มีชื่อว่า คลอสทรีเดียม โบทูลินัม หากพบว่ามีกลิ่น สาบ น้ำแช่หน่อไม้ในถุงเป็นฟอง มีกลิ่นเหม็นรุนแรง ไม่ควรนำมาปรุงอาหาร หากไม่มีกลิ่น ก็ควรนำมาตุ้มให้สุกอีกครั้ง เพื่อฆ่าเชื้อ คลอสทริเดียม โบทูลินัม ควรต้มน้ำ ที่อุณหภูมิ 80 องศานาน 15 นาที หลังจากนั้นสามารถเทน้ำทิ้ง แล้วสามารถเติมน้ำให้ เพื่อสามารถปรุงอาหารได้

7. หน่อไม้ ไม่ได้มีผลช่วยเพิ่มความเสี่ยงให้เกิด โรคมะเร็ง แต่(หน่อไม้ฝรั่ง) มีสาร (แอสพาราจีน) ซึ่งสามารถพบในหน่อไม้ฝรั่ง ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ เซลล์มะเร็งแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และลุกลามไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว

 

โภชนาการของหน่อไม้

หน่อไม้ต้ม (155 กรัม) ประกอบด้วย

  • แคลอรี่: 64
  • ทองแดง: 19%
  • ไฟเบอร์: 2 กรัม
  • โปรตีน: 2.5 กรัม
  • ไขมัน: 4.5 กรัม
  • คาร์บ: 5 กรัม
  • วิตามิน B6: 14%
  • วิตามินอี: 9%
  • วิตามินเค: 3%
  • ไรโบฟลาวิน: 3%
  • ไทอามีน: 3%
  • ฟอสฟอรัส: 3%
  • โพแทสเซียม: 3%
  • ธาตุเหล็ก: 3%
  • มีเส้นใย 3%

 

หน่อไม้ นอกจากจะอร่อย เป็นที่นิยมหลายประเทศ อุดมไปด้วยสารอาหาร มีประโยชน์ต่อสุขภาพ หลายประการ ใครที่นิยมทาน เมนูหน่อไม้เป็นประจำควร รับประทานในปริมาณพอเหมาะ ทางสายกลาง เพราะหน่อไม้ก็มีโทษด้วยเช่นกัน ไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางโรคด้วย ควรหลีกเลี่ยง และที่สำคัญ ก่อนปรุงอาหาร ควรต้มหน่อไม้ให้สุก ก่อนนำมาปรุงอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, hfocus, BBC thai,healthline

 

 

By Pairin

ฉันเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และชอบช่วยให้ผู้หญิงเข้าใจตัวเองมากขึ้น

เช่นเดียวกับผู้หญิงหลายๆ คน ฉันชอบแฟชั่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเครื่องประดับ 😍