Categories
Blog

10ความฝันที่บอกว่าคุณกำลังจะมีโชค พร้อมเลขเด็ด

bruce mars
1.ฝันเห็นปลา หรือ ได้จับปลา

ผู้ที่ฝันว่าได้จับปลา จะมีโชคลาภ ขึ้นอยู่กับว่าจับปลาได้มากน้อยแค่ไหน ยิ่งจับได้มากยิ่งมีโชคลาภมาก

เลขเด่น 85,87, 89

2.ฝันเห็นเลือด

ผู้ที่ฝันเห็นเลือด หยดเลือด เลือดไหลออกจากร่างกาย หรือบางคนฝันว่าได้กินเลือดสดๆ ทายว่าจะหมดเคราะห์ หมดโคก จะได้รับข่าวดีๆ

เลขเด่น 75,76,78

3.ฝันเห็นพระ หรือ พระพุทธรูป 

หากผู้ใดฝันเห็นพระ หรือ พระพุทธรูป นั่นหมายถึงความฝันที่ดี ความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต จิตรใจสงบสุข พบความสุขในชีวิตนั่นเอง จะเกิดเรื่องราวดีๆตามมา

เลขเด่น 27, 59, 78, 88 ,89

4.ฝันเห็นคนตาย โรงศพ หรือ ไปงานศพ

หากใครฝันเห็นที่ตายแล้วมาหา หรือ ฝันเห็นคนตายต่อหน้าต่อตา ความฝันอาจน่ากลัว ตื่นขึ้นมาแล้วยังตกใจกลัวไม่หาย รวมไปถึงฝันเห็นโรงศพ ไปงานศพ ความฝันเหล่านี้หมายถึง คุณกำลังจะได้รับข่าวดี ได้รับโชคลาภก้อนโต

หรือ คุณฝันเห็นคนอื่นตายแต่เขายังไม่ตาย หมายถึงต่อดวงชะตาให้กับคนที่ฝันเห็นว่าเขาตาย

เลขเด่น 00, 07 ,10, 14, 44, 88

5.ฝันเห็น งูใหญ่

เป็นความเชื่อ ตามกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ฝันเห็นงูใหญ่ส่วนมากจะหมายถึง จะเจอเนื้อคู่ ไม่ใช่แค่เนื้อคู่ค่ะ อีกหนึ่งความหมายคือ การมีโชคลาภครั้งใหญ่ และจะมีข่าวดีเกิดขึ้น

ความฝันนี้รวมไปถึงฝันเห็นพยานาค บางคนที่เป็นลูกหลานพยานาคแต่ชาติปางก่อน พยานาคจะคอยปกป้องคุ้มครอง

เลขเด่น 48, 58, 68, 69, 89

6.ฝันเห็นนก

หากผู้ใดฝันเห็น นก หรือ สัตว์ปีกอื่นๆ หากฝันว่าได้จับ ได้สัมผัส บินเข้ามาหา จะได้รับโชคจากสัตว์4 เท้า 2 เท้า หมายถึงจะมีลาภลอย มีโชคลาภเข้ามาหาถึงบ้าน รอรับโชคลาภเลยจ้า

เลขเด่น  02, 12, 16, 26 , 64

7.ฝันว่าได้จับกบ

หากฝันว่าได้จับกบ หรือ เห็นกบ ทายว่าจะโชคมีลาภตามจำนวนกบที่จำได้ หากจับได้เยอะเท่าไหร่โชคยิ่งดีมาก หากผู้ทำการค้าขาย กิจการจะรุ่งเรือง

เลขเด่น 11, 19 ,79, 97

8.ฝันว่าได้อุ้มเด็ก

หากฝันว่าได้อุ้มเด็ก หรือ มีคนนำเด็กมาให้อุ้มขาวๆอ้วนท้วนสมบูรณ์ ทายว่าจะมีโชคลาภในเร็ววัน หากคนโสดจะมีแฟน คนที่แต่งงานแล้วจะมีบุตรตามที่ต้องการ

เลขเด็ด 15, 31, 34 ,33

9.ฝันเห็นทองคำ หรือ ของมีค่า

หากคุณฝันเห็น สร้อยแหวน เงินทอง หรือ เครื่องประดับต่างๆ ได้จับ ได้สวมใส่ หรือมีคนมอบให้คุณ หมายถึง ความฝันที่ดี ความฝันอันเป็นสิริมงคล หรือ อีกความหมายคุณกำลังจะมีบุตรในเร็ววันนี้ และเป็นเด็กผู้หญิงอีกด้วย

เลขเด็ด 12, 24 ,36

10.ฝันว่าได้กินเนื้อดิบผู้ที่ฝันว่าได้กินเนื้อดิบ

ทายว่า ผู้นั้นจะหมดเคราะห์จากโรคภัยไข้เจ็บ จะได้รับโชคลาภ ข่าวดีในเร็ววัน

เลขเด็ด 06,14, 26, 73

 

Categories
Blog

10อาหารต้องห้ามยามมีไข้ ของแสลงทั้งนั้น!

Andrea Piacquadio

อาหารต้องห้ามยามมีไข้

1.เป็นไข้ห้ามกินลำไย

กินลำไยทำให้เจ็บคอ เป็นไข้ เป็นคำเตือนที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก กินลำใยเยอะจะเจ็บคอ มีไข้ ร้อนใน เพราะเป็นผลไม้ที่มีกำมะถันเยอะ เพราะจะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ยิ่งทำให้อุณภูมิของร่างกายสูงมากขึ้น ไม่ควรกินช่วงมีไข้

และก่อนรับประทานควรล้างน้ำให้สะอาด เพราะเปลือกของลำไยอาจมีสารเคมีตกค้างได้ เช่น ยาฆ่าแมลง ควรล้างก่อนกินนะค่ะ

Jim Teo
2.เป็นไข้ห้ามกินทุเรียน

ทุเรียนเป็น“ราชาแห่งผลไม้” เพราะเนื้อทุเรียนมีคุณค่าทางอาหารสูง และให้พลังงานสูง แต่เมื่อมีไข้ ไม่ควรกินทุเรียนเพราะในทุเรียนมีกำมะถันสูง

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่กินเข้าไปแล้วทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย อาจจะทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน หากกินเข้าไปแล้วจะทำให้โรคที่เป็นอยู่จากเบาจะกลายเป็นหนักอาจจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือถึงแก่ชีวิตได้ ควรเว้นช่วงมีไข้

3.ของมัน ของทอดกินได้ไหม

ช่วงนี้ควรงด อาหารของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้ต้องใช้พลังงานสูงในการย่อยอาหาร ยิ่งทำให้อุณภูมิสูงขึ้น อาจชักได้

4.เป็นไข้ห้ามกินขนุน

หากมีไข้ ปวดหัว ตัวเริ่มร้อน ควรหลีกเลี่ยงการกินขนุน เนื่องจากขนุนเป็นผลไม้ที่มีกำมะถัน เป็นผลไม้ที่เพิ่มความร้อนให้ร่างกาย และทำให้ไข้สูงขึ้น

cutie
5.เป็นไข้กินส้มตำได้ไหม

เมื่อมีไข้ มักกินอาหารไม่อร่อย อยากกินอาหารเผ็ดๆ คิดถึงส้มตำแล้ว ส้มตำส่วนมากรสชาติจัดจ้าน อาหารรสเค็มจัด อาหารที่ใส่ผงชูรสมาก ๆ หากทานส้มตำไตจะยิ่งทำงานหนักเพิ่มขึ้นสองเท่า ช่วงที่มีไข้ร่างกายจะอ่อนแอ  ควรทานอาหารที่อ่อน อาหารรสจืดๆ งดส้มตำไปก่อนหายไข้แล้วค่อยกินนะค่ะ

6.เป็นไข้ ห้ามกิน กล้วย ส้มโอ

กล้วย ส้มโอ เป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงอีก เช่นกัน สามารถรับประทานได้เช่นกัน แต่ไม่เกิน 2 กิโลกรัมขึ้นไป อาจเกิดอันตรายได้

7.อาหารที่มีโซเดียมกินได้ไหม

อาหารรสเค็มจัด อาหารที่ใส่ผงชูรสมาก ๆ รวมไปถึงเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาขับปัสสาวะ ยาล้างไต ก็ไม่เหมาะกับคนเป็นไข้ เพราะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ก็ไม่เหมาะกับคนเป็นไข้

8.ออกกำลังกายได้ไหม

งดออกกำลังกาย เพราะจะยิ่งทำให้เหงื่อออกมาก ร่างกายสูญเสียน้ำ และ ควรงดสูบบุหรี่ เพราะคนเป็นไข้ต้องการออกซิ   เจนในปริมาณมาก

Any Lane
9.เป็นไข้ห้ามกินฝรั่ง

ฝรั่งมีวิตามินซีเยอะ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แต่ที่กลัว คือ ในฝรั่ง  มีโพแทสเซียม ถ้ามีไข้สูงและเป็นโรคไตด้วย ไม่ควรกิน เพราะอาจทำให้เกิดอาการชักได้  ถ้าไม่เป็นโรคไต ก็สามารถกินฝรั่งได้ตามปกติ แต่ใน 1 วัน ไม่ควรกินฝรั่งเกิน  2 กิโลกรัมขึ้นไป  ดังนั้นถ้าไม่ได้มีไข้สูง เป็นแค่ไข้ธรรมดา และไม่ได้เป็นโรคไต ก็สามารถกินฝรั่งได้ตามปกติ

10.หน่อไม้ดองกินได้ไหม

หน่อไม้ดอง ไม่ควรกิน เพราะอาหารรสเค็มทุกชนิดมีโซเดียมสูง  อาหารทะเล จริง ๆ กินได้ ดีด้วยซ้ำ เพราะอาหารทะเลมีไอโอดีนเยอะ จะไปช่วยปรับสมดุลในร่างกาย

อาหารที่เข้าใจผิดว่ากินไม่ได้
1.หน่อไม้กินได้ไหม?

หน่อไม้กินได้ บางคนเชื่อว่าจะยิ่งทำให้ไข้สูง ไข้ไม่ลด ก็ไม่เกี่ยวกันกินได้ค่ะ

2.อาหาร พืช ผัก และผลไม้รสเย็น ฟักแฟง แตงกวา แตงโมงกินได้ไหม ?

กินได้ เพราะมีน้ำเยอะ อะไรก็ตามที่ไปเพิ่มน้ำให้กับร่างกาย ในภาวะที่ร่างกายเหงื่อออกเยอะ สามารถกินได้ทั้งนั้น ดังนั้นจึงควรกินผัก ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ๆ โดย  เฉพาะน้ำผลไม้จะมีน้ำตาลดูดซึมได้ดี ไม่เป็นเชื้อเพลิงให้กับไข้ หลักสำคัญจงจำเอาไว้ว่า อย่ากินอะไรที่ไปจุดไฟในร่างกายให้ร้อนขึ้น แต่ควรกินอาหารรสเย็น เพื่อไปดับไฟในร่างกาย

21 swan
3.น้ำเย็น การดื่มน้ำเย็น ?

การดื่มน้ำเย็น ดื่มได้ ไม่ได้เป็นอันตราย แต่จะทำให้ร่างกายดูดซึมได้เร็วกว่า ยิ่งดื่มเยอะๆ ไข้ยิ่งลดเร็วขึ้น ส่วนการกินน้ำแข็งก็ไม่เป็นอันตรายอะไร แต่หากไออยู่ ควรเลี่ยงเพราะน้ำเย็น น้ำแข็ง เพราะจะไปกระตุ้นการไอ

4.น้ำมะพร้าวกินได้ไหม?

เป็นไข้ ดื่มน้ำมะพร้าวได้ เพราะน้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เย็น ช่วยลดไข้ได้ดี และยังมีเกลือแร่จากธรรมชาติในระดับที่พอดี ช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้ง่าย ๆ

 

เมื่อมีไข้ควรงดอาหารแสลงนะคะ ควรกินอาหารอ่อนๆ ร้อนๆ ที่ย่อยง่าย พวกข้าวต้ม  โจ๊ก ต้มจืด หากมีอาการเจ็บคอร่วมด้วยควรดื่มน้ำอุ่น ชงน้ำผึ้ง+ มะนาว + เกลือ จิบๆ ดื่มบ่อยๆ จะทำให้รู้สึกดีขึ้น เคล็ดลับดีๆช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

ข้อมูลจาก
หมอทีม Dr. Team
ชัวร์ก่อนแชร์
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

Categories
Blog

การย่างไฟvการย่างขี่หมา เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถล้ม

 

Amin Hasani

ในสมัยก่อนภาคอิสาน เมื่อถูกรถชน ตกต้นไม้ หรือ โดนกระแทรกอย่างรุนแรง เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาช้านาน ชาวบ้านเชื่อกันว่า การย่างไฟ เป็นวิธีการรักษาสุขภาพวิธีหนึ่งของการแพทย์พื้นบ้านภาคอีสาน ใช้รักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ซึ่งไม่สารถมองเห็นข้างในของร่างกายอาการอาจดูไม่ออก แต่อาจมีอาการเมื่ออายุเพื่มขึ้นก็ได้ การย่างไฟ  เป็นการใช้ความร้อนที่เหมาะสมผ่านตัวยาสมุนไพรเพื่อให้ออกฤทธิ์ และความร้อนไออุ่นจะทำให้น้ำมันหอมระเหยในสมุนไพรหากไม่ทำการย่าง คนเฒ่าคนแก่ภาคอิสานมักจะพูดกันว่า ตอนเกิดอุบัติเหตุไม่ยอมย่าง ไม่เชื่อฟัง เลือดลมร่างกายไม่ปกติ

การย่างไฟ

สมุนไพรและอุปกรณ์ในการย่าง

1.ใบมะขาม, ใบขี้เหล็ก, สะแกนา,ใบหนาด

2.เหล้าขาว 40 ดีกรี ประมาณ 30-40 มิลลิลิตร

3.น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ

4.แคร่ไม้ไผ่ 

5.ถ่านไฟ หรือ ถ้าเป็นไม้ควรใช้ไม้มะขาม ไม้ขี้เหล็ก

6.แผ่นสังกะสี 1 แผ่น

7. ครุถังใส่น้ำ

8.ผ้าห่มสองผืนสำหรับปู 1 ผืน และสำหรับคลุมร่างกาย 1 ผืน

 

วิธีการย่างไฟ แบบที่ 1 แบบละเอียด

1.นำแคร่มาวางไว้ที่โล่ง ก่อไฟด่านล่าง ใช้ถ่านหรือไม้ฟื้น เช่น ไม้มะขามป้อม ขี้เหล็ก สะแกนา

2.เหล้าขาว 40 ดีกรี ประมาณ 30-40 มิลลิลิตร+น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ ดื่มเพื่อปรับธาตุ ปรับเลือด

3.วางสมุนไพรลงบนแคร่ให้ทั่ว ปูผ้าหรือเสื่อ ชุบน้ำบนชั้นของสมุนไพร (ต้องชุบน้ำก่อนย่างเสมอและหลังจากย่างได้        2-3ชั่วโมง ต้องพรมน้ำให้ชุ่ม) เพื่อไม่ให้ร้อนมากเกินไป

4.เตรียมร่างกายอาบน้ำให้สะอาด ทำความสะอาดร่างกาย โดยการอาบน้ำอุ่นที่มีส่วนผสมของใบมะขามและใบหนาดต้มให้เดือด ให้สวมเสื้อผ้าที่หลวมๆ ระบายอากาศหรือถ่ายเทความร้อนได้

5.เวลาย่างไฟจะได้ไม่อบและร้อนเกินไป การนอนบนแคร่ที่มีไอร้อนต้องมีการเฝ้าดูอาการไม่ห่าง หากร้อนมากเกินไป ร่างกายอาจเกิดแผลจากความร้อนได้ ระวัง

 

การย่างไฟแบบที่ 2 โดยย่อ

ใช้ใบและกิ่งเปล้าใหญ่สด ใบหนาด จำนวนมาก ใบว่านซน 7-8 ใบ ข้าวเปลือกแช่น้ำ 3-4 กิโลกรัม เอาใบเปล้าใหญ่ ใบหนาด ปูลงบนแคร่ไม้ไผ่ให้หนาพอควร เอาใบหว่านซนปูลงทับเป็นช่วงๆ ข้าวเปลือกโรยทับ จากนั้นเอาเสื่อปูทับอีกครั้งหนึ่ง ให้ผู้ป่วยนอนห่มผ้าด้านบน ก่อไฟใต้แคร่และให้เอาใบเปล้าใหญ่ ใบหนาดคลุมไฟ ให้ควันลอยขึ้นหาคนป่วย จะไม่มีการเปลี่ยนสมุนไพรจนแล้วเสร็จ

ช่วงเวลาที่ย่างอาจต้องใช้ความอดทน ร้อนหน่อย แต่ดีต่อสุขภาพ

การย่างขี่หมา

การย่างขี่หมา เป็นการรักษาอีกแบบตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ปัจจุบันภาคอิสานยังคงนิยมย่างและรักษาผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ รถล้ม ตกจากต้นไม้ เป็นต้น การย่างแบบขี้หมาสามารถทำให้อาการฟกช้ำ ดำเขียว อาการปวดดีขึ้น

สมุนไพรในการย่างขี้หมา มีดังนี้

1.ใบพลับพลึง, ใบหนาด, ใบว่านไพล, ใบระหุ่ง

2.แคร่ไม้ไผ่ 

3.ถ่านไฟ

4.แผ่นสังกะสี 1 แผ่น

5.ครุถังใส่น้ำ

6.ผ้าห่มสองผืนสำหรับปู 1 ผืน และสำหรับคลุมร่างกาย 1 ผืน

 

วิธีการย่างขี่หมา

1.ก่อไฟบนสังกะสี ถ้าถ่านเปลี่ยนเป็นสีแดงแสดงว่าถ่านติดแล้ว

2.นำสังกะสีไปว่างไว้ที่ใต้แคร่ไม้ และให้ผู้ประสบอุบัติเหตุนอนบนแคร่

3.นำขี้หมามาวางบนถ่านไฟ ยิ่งเยอะยิ่งดี แนะนำว่าควรเป็นขี้หมาแห้งจะไม่มีกลิ่นเหม็นมาก หากไม่มีจริงๆขี้หมาเปียกก็ได้

4.นำใบว่านไพร ใบพลับพลึง ใบหนวด ใบระหุง มาวางบนกองไปข้างล่างแคร่

5.เมื่อนำสมุนไพรเหล่านี้มาวางบนกองไฟจะทำให้เกิดควันโขมงอย่างมาก ใช้ผ้าคลุมทั้งตัวของผู้ป่วยและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสูดดมเอาสมุนไพรนั้น ความร้อนของกลิ่นสมุนไพรจะทำให้หายใจโล่ง และอาการเจ้บปวด ปวดตามตัวจะทุเลา และดีขึ้น

 

ารย่างจะใช้ระยะเวลาโดยขึ้นกับอาการของผู้ป่วย

1.ระดับเล็กน้อย ย่างไฟครั้งละ 2-4 ชั่วโมง ทำต่อเนื่อง 1-2 วัน

2.ระดับปานกลาง ย่างไฟครั้งละ 3-5 ชั่วโมง ทำต่อเนื่อง 2-4 วัน

3.ระดับการเจ็บป่วยรุนแรง เช่นกระดูกหัก หมดสติ หลังจากได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ย่างไฟครั้งละ 4-7 ชั่วโมง ทำต่อเนื่อง 3-5 วัน

ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติ ในการย่าง

1.ผู้รับบริการไม่ควรดื่มน้ำเย็นขณะทำการย่าง

2.ไม่ควรย่างในรายที่อ่อนเพลีย และผู้มีประจำเดือน

3.ควรทำหลังรับประทานอาหารแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง

4.คนที่ฟกช้ำจากการอุบัติเหตุหากมีบาดแผลห้ามย่าง

5.ผู้ป่วยที่มีไข้ตัวร้อนห้ามย่าง

6.หลังการย่างยาไม่ควรอาบน้ำทันที เพราะจะไปชะล้างตัวยาออกจากผิวหนัง และทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน

 

ที่มา: http://www.thaihof.org/knowledge/article/detail/2696

https://www.m-culture.go.th/mahasarakham

/ewt_news.php?nid=2213&filename=index

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Categories
Blog

ทำไมถึงเมารถ 8 เทคนิคแก้อาการเมารถ

 

Avel Chuklanov

ทำไมถึงเมารถ

อาการเมารถ มีหลายคนคงเคยเจอกับเหตุการณ์นี้ บางคนเป็นตั้งแต่เด็กๆไม่หายขาด บางคนเป็นตอนโตแล้ว จะนั่งรถบัสปรับอากาศ หรือ รถยนต์ส่วนตัว เมารถตลอดพกถุงพลาสติ๊กติดกระเป๋าเป็นประจำกันเลยที่เดียว อาการเหล่านี้เกิดจากระบบประสาทการทำงานไม่สมดุลกัน

เมารถ เกิดจากความไม่สัมพันธ์กันของประสาทตากับประสาทการทรงตัวในหูชั้นใน และได้รับการกระตุ้น เช่น นั่งรถข้างหลังมีการเหวียง เบรคที่รุ่นแรง กลิ่นน้ำยาปรับอากาศ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้เกิดอาการเวียนหัว คลื่นใส้อาเจียน

8 เทคนิคแก้อาการเมารถ

1.นั่งแถวหน้าของรถ

หากสามารถเลือกที่นั่งได้ควรเลือกนั่งข้างหน้าหรือ โซนกลางรถ ไม่ควรนั่งแถวท้าย หากรู้ตัวว่าเมารถ เพราะนั่งท้ายของรถบัสหรือปรับอากาศ เเรงเวียงของรถจะอยู่ที่ท้ายรถ และการนั่งรถที่เหวี่ยงนานเกินไปยิ่งทำให้เกิดอาการเวียนหัวมากขึ้น และอวกในที่สุด

Bo Kim

2.หยุดเล่นโทรศัพท์ หรือ อ่านหนังสือบนรถ

ในขณะที่เดินทาง สายตาไม่ควรจดจ่อ จ้อง โทรศัพท์ หรือ อ่านหนังสือ บนรถนานๆ การจดจ่อบางสิ่งบางอย่างมากเกินไปจะทำให้อาการหนักกว่าเดิม

3.เปิดหน้าต่างรถ

เปิดหน้าต่างรับลม ทำให้อาการเวียนหัวน้อยลงการมองออกไปข้างหน้าไกลๆ ทำใจให้เย็น ตั้งสติ เพื่อให้ประสาทสัมผัสค่อยๆ ปรับตัวให้ลืมว่ากำลังจดจ่อกับอาการวิ่งเวียนหัว เปิดหน้าต่างรับลมเย็นให้รู้สึกสดชื่น และลืมไปเลย

4.ดื่มน้ำอัดลม หรือ ลูกอม

การจิบน้ำอัดลมสามารถช่วยลดอาการเมารถได้ ช่วยลดอาการมวลท้อง  เพราะน้ำอัดลมช่วยขับดันกรดในกระเพาะออกมาแต่ไม่ควรดื่มเยอะควรจิ๊บเป็นระยะๆ หรือ หาลูกอม รสชาติเปรี้ยวก็สามารถช่วยได้

5.การใส่แว่นสีดำเข้มๆ

หลายคนอาจยังไม่รู้ มีแว่นตาดำอันเดียวก็สามารถหายจากอาการเมารถได้ ไม่น่าเชื่อใช่ไหมค่ะ การใส่แว่นตาดำสีเข้มๆทำให้การมองเห็นได้ถูกปิดกั้นในระดับหนึ่ง จึงสามารถลดอาการเมารถได้ อาการเมารถเป็นอาการที่เกิดจากประสาทการทรงตัวทำงานไม่สมดุล แว่นดำลดอาการเมารถให้น้อยลงทั้งนี้ยังได้ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล

6.อย่าปล่อยให้ท้องว่าง

หากหิว ท้องว่าง จะยิ่งทำให้อาการเวียนหัวรุนแรงขึ้น หลายคนอาจเข้าใจว่ายิ่งกินยิ่งอวก หากไม่ได้กินอะไรเลยความจริงยิ่งทำให้อาการเวียนหัวเพิ่มขึ้น

7.ยาดม ยาหม่อง

ยาดม ยาหม่องมีสารระเหยและสารสกัดจากสมุนไพรหลายชนิด เช่น เมนทอล การบูร หากรู้สึกว่ากำลังคลื่นใส่ วิงเวียนศีรษะ ควรพกไว้ติดตัว ยาดม ยาหม่อง สิ่งเหล่านี้ช่วยคุณได้ช่วยคุณได้ ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศรีษะ กลิ่นหอมๆของสมุนไพรทำให้อาการบรรเทา รู้สึกดีขึ้น

Ketut Subiyanto

8.ทานยาแก้เมารถ หรือ นอนหลับ

หากรู้ตัวว่ามักมีอาการเมารถเป็นประจำ ก่อนเดินทางควรทานยาแก้เมารถ (Dimenhydrinate) ก่อนออกเดินทาง 20-30 นาที หากขับรถเองควรหลีกเลี่ยงเพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้เพราะยามีฤทธิ์ทำให้ง่วงมาก หากรู้ตัวแล้วว่าไม่ไหวจริงๆ ควรหลับตา หรือ นอนหลับไปเลย จะทำให้ร่างกายพักผ่อน และผ่อนคลาย

 

 

Categories
Blog

7 ผลไม้ ระบบขับถ่ายดีเวอร์ ผิวพรรณสวย วิตามินซีสูง

 

Trang Doan

7ผลไม้ ระบบขับถ่ายดีเวอร์ ผิวพรรณสวย วิตามินซีสูง

สวัสดีค่ะวันนี้ cutie มีสาระดีๆมาฝาก สำหรับหลายๆคนที่มีอยากมีผิวสวย ระบบขับถ่ายไม่ดี ผลไม้เหล่านี้ช่วยได้ค่ะแถมยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วย ผลไม้เหล่านี้ล้วนมีประโยชน์มากมายกับสุขภาพวันนี้เราจะมาแชร์กันค่ะ

1.มะขามสุก

kalice00

มะขามสุกนอกจากจะมีวิตามินซีสูงแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยในเรื่องผิวพรรณ ชะรอการเกิดริ้วรอย หากกินมะขามสุกช่วงเวลาที่ท้องว่าง แก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี มะขามสุกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยขับลมในลำไส้ กินไปด้วยดูทีวีไปด้วย รับรองว่าฟิน หรือ อยากเห็นผลเร็วท้องอึดมากๆให้นำมะขามไปคั้นเอาน้ำประมาณ 1 แก้วเติมเกลือนิดหน่อยแล้วดื่ม รับรองได้ผล

2.มะะกอสุก

Happy Patel

มะละกอสุก มีวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี ยังมีสพรรคุณที่ช่วยบำรุงผิวพรรณดูเปร่งปลั่ง ผิวสวยเวอร์ มะละกอสุกมีเอนไซม์ ช่วยย่อยอาหารได้อย่างดี เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี เพราะมีไฟเบอร์สูงช่วยในการย่อยอาหารดีเลิศ สำหรับคนที่ท้องอึด ระบบขับถ่ายไม่ดี หามาทานด่วนค่ะ

3.สับปะรด

Karolina Grabowska

สับปะรดอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน ช่วยแก้อาการท้องผูกบางมื้อหิวจัด จัดหนัก กินเยอะมาก รู้สึกแน่นท้องอึดอัด สับปะรดช่วยได้ เมื่อรับประทานสับปปะรดจะรู้สึกได้ว่าสบายท้อง ไม่รู้สึกอึดอัด สับปะรดเป็นอีกตัวช่วยในการย่อยเป็นอย่างดี

4.ฝรั่ง

Amirul Islam

ฝรั่งช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ปกป้องผิวหนังจากอนุมูลอิสระต่างๆ มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 5 เท่า ช่วยรักษาผู้ที่เลือดออกตามไรฟันได้เป็นอย่างดี ผู้ที่มีปัญหากระจกตาเสื่อม และ ผู้ที่น้ำตาลในเลือดสูงควรทาน เป็นผลไม้ที่ไม่มีคอเรสเตอรอล กินแล้ว Super healthy

5.ส้มโอ

Phoenix Han

ส้มโอเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะ ผล ใบ เปลือก เม็ลด ในเนื้อส้มโอมีใยอาหารที่สูง ช่วยบรรเทาอาการผู้ที่ท้องผูก ท้องอึด ท้องเฟ้อ ระบบขับถ่ายไม่ดีได้เป็นอย่างดีี วิตามินซีสูง กินแล้วสดชื่นกระปี่กระเป่า อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในร่างกายได้ แก้อาการผู้ที่เมาสุรา รสชาติอร่อยเปรี้ยวถูกใจสาวไทย

6.ผไม้ตระกูเบอรรี่

Brooke Lark

หลายๆคนคงทราบดี ตระกลูเบอรรี่ นอกจากจะเด่นในเรื่องบำรุงสายตาและสมอง ผลไม้ตระกลูเบอรรี่ยังมีไขมันต่ำ แต่ให้พลังงานสูง ที่สำคัญ มีไฟเบอร์ที่ช่วยให้ระบบการย่อยของอาหารดี๊ดีอีกด้วย

7.เสาวรส


Michael Kucharski

เสาวรส เป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอร่อย บางคนนิยมนำมาปั่นเป็นน้ำผลไม้ เสาวรสอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุรวมอยู่หลายชนิด เป็นตัวช่วยดีท็อกซ์ล้างไส้ล้างพุงอย่างดีเยี่ยม ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยในการชะลอวัย มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ น้ำเสาวรสยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นอีกด้วย

 

 

Categories
Blog

10 วิธีลดน้ำหนัก เห็นผล ไม่เกิน14วัน ไม่ง้อยาลดความอ้วน

 

 

Bill Oxford

10 วิธีลดน้ำหนัก เห็นผล ไม่เกิน14วัน ไม่ง้อยาลดความอ้วน

1. อย่าอดมื้อเช้า 

รับประทานอาหารเช้าที่มีโปรตีนสูง การงดอาหารเช้าจะไม่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ คุณอาจพลาดสารอาหารที่จำเป็น และอาจต้องกินของว่างมากขึ้นตลอดทั้งวัน เพราะคุณรู้สึกหิว

มื้อเช้า : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เมล็ดเจีย ผลไม้ โรยกราโนล่าหรืออัลมอนด์  ไข่ข้าวโอ๊ตถั่ว และ เนยโจ๊กเมล็ด วินัวปลาซาร์ดีน หรือ พุดดิ้งเมล็ดเจีย เลือกกินข้อใดข้อใดข้อหนึ่ง

มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง ผักต้มไม่จำกัดจำนวน ใส่เกลือน้อย ๆ หรือ อกไก่ อาจจะกินคู่กับ มะเขือเทศ หรือ แครอทต้มอีกสักนิดก็ได้เช่นกัน

Daria Shevtsova

2. กินอาหารเย็นที่มีแคลอรีต่ำ

อาหารมื้อเย็น เป็นมื้อทำให้อ้วนง่ายมากที่สุด ควรเลือกอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ เช่น

1.สลัดทูน่า 140 แคลอรี่ หรือ สลัดไก่ 120 แคลอรี่

2. ข้าวเหนียว 1 ห่อ 150 แคลอรี่ + ส้มตำไทย 1 จาน 55 แคลอรี่ = 205 แคลอรี่

3.ผลไม้และโยเกิร์ต หรือ ปลาย่างหรือไก่ย่าง

เลือกกินข้อใดข้อใดข้อหนึ่ง

Travis Yewell

3. รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง

อาหารที่มีไฟเบอร์จำนวนมากสามารถช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มซึ่งเหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก ไฟเบอร์พบได้เฉพาะในอาหารจากพืช เช่น ผลไม้ และ ผักข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลเกรน ข้าวกล้องพาสต้า ถั่ว ถั่วลันเตา และ ถั่วเลนทิล

4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง

ในทุกๆวัน คงปฏิเสธเมนูยอดฮิตไม่ได้ ชานมไ่ข่มุก กาแฟ น้ำอัดลมเย็นๆกินแล้วชื่นใจจริง แต่รู้ไหมเมนูเหล่านี้ควรลดให้มาก หรือ งดไปเลย ห้ากต้องการลดน้ำหนักจริงๆ เพราะน้ำตาลคือคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ซึ่งจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมในร่างกาย น้ำตาลคือ หนึ่งสาเหตุของความอ้วนที่เห็นผลชัดมาก

Jisu Han

5. กินผักในทุกมื้อ

ซึ่งการเพิ่มผักใบเขียว หรือ ไฟเบอร์เข้าไปในทุกมื้ออาหารจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราดีขึ้น และช่วยให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดี ถ้าระบบย่อยดีขับถ่ายคล่อง รับรองว่าพุงหายกินผักทุกวันนั้นมีประโยชน์

6. ดื่มน้ำมาก ๆ 

การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่วัน ควรดื่ม 8 แก้วต่อวัน หรือ 2 ลิตร ในปริมาณที่เพียงพอแค่ไปทดแทนส่วนที่สูญเสียไปใน แต่หากคุณต้องการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพที่ดี คุณควรดื่มน้ำมากกว่า 2 ลิตรต่อวัน หรือ อีกวิธี หากตื่นนอนตอนเช้าให้ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมน้ำมะนาวครึ่งลูก ช่วยดีท็อกลำไส้แถมพุงยุบอีกด้วย

Manki Kim

7. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อสุขภาพมาก การอดนอนจะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เราอ้วนขึ้น บางครั้งสงสัยทำไมเราอ้วนขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากการอดนอน ควรนอนไม่เกินสี่ทุ่ม ควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาล และควบคุมการสะสมไขมัน ส่งผลให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้น

8. งดอาหารขยะ

อาหารขยะ หมายถึง อาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีพลังงานที่สูง ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต ไขมัน หรือโซเดียมในปริมาณมาก หากรับประทานบ่อยครั้งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา

อาหารขยะประกอบด้วย อาหารหวานคาว ของทอด ขนม ลูกอมรสหวาน เครื่องดื่มน้ำอัดลมต่างๆ ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง
ตัวอย่างเช่น ลูกอม ขนมขบเคี้ยว มันฝรั่งทอด เป็นต้น หากช่วงที่กำลังลดน้ำหนักควร งด และ ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หากมีวินัยในการกิน ความคุมน้ำหนัก รับรองพุงหายไม่กลับมาอีกแน่นอน

9. อ่านฉลากอาหาร

การรู้วิธีอ่านฉลากอาหาร สามารถช่วยให้คุณเลือกทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพได้ การเช็คข้อมูลแคลอรี่เพื่อดูว่าอาหารชนิดใดเหมาะสมกับปริมาณแคลอรี่ประจำวันของคุณ เพื่อในแผนการลดน้ำหนัก

Cameron Venti

10. ออกกำลังกาย

มีความกระตือรือร้นมากขึ้น  มีความพยายาม มุ่งมั่นตั้งใจ เพราะความพยายาม  ความตั้งใจ คือสิ่งสำคัญในการลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย ยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินที่คุณไม่สามารถสูญเสียไป จากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวได้อีกด้วย วิ่ง อย่างน้อยวันละ 20-30 นาทีอย่างสม่ำเสมอ หากเดิน เดิน เเต่เพิ่มความเร็วในการเดิน ว่ายน้ำ เป็นเวลา 15 นาที และ กระโดดเชือก 20 นาที เลือกข้อใดข้อหนึ่ง และทำอย่างสม่ำเสมอ

 

 

 

 

 

Categories
Blog

ผมทรงไหนเหมาะกับใบหน้าคุณ 7 แบบ

 

cutiebras

สาวหลายคน อยากจะเปลี่ยนทรงผม อยากลองเปลี่ยนลุค ตัดหน้าม้า ผมตรง ยาว ดัดลอน  ผมสั้น ผมบ็อบ แต่ไม่รู้จะตัดผม หรือ ทำผมทรงไหนดีให้เข้ากับใบหน้าตัวเอง วันนี้ทาง cutie มีวิธีมาแนะนำสาวๆว่าลุคไหนเหมาะสมกับใบหน้าคุณ

cutiebras

1. ใบหน้ารูปหัวใจ : ทรงผมสไลซ์ดัดลอน

สาวๆที่มีหน้ารูปหัวใจ จะมีใบหน้าลักษณะ หน้าผากกว้าง คางค่อนข้างแหลม ควร ตัดผมหน้าม้า หรือ หน้าม้าปัดข้าง เพื่ออำพรางหน้าผาก ไม่ควรตัดผมสั้นมากจนเกินไป แต่ถ้ายาวประบ่าควรทำม้วลลอนนิดหน่อยจะดูสวยงามมากคะ

ควรหลีกเลี่ยงการตัดผมสั้นเหนือคางขึ้นไป เพราะยิ่งไปเน้นให้เห็นรูปหน้าอย่างชัดเจนและดูไม่สวย

cutiebras

2. ใบหน้ารูปไข่ : ทรงผมยาวตรง และเหมาะกับทุกๆทรงผม

ส่วนสาวๆที่มีใบหน้ารูปไข่ ถือว่าโชคดีเลยคะ เพราะว่ามีใบที่สวยงามสาวๆหลายคนใฝ่ฝันที่จะมีใบหน้าเเบบนี้ เพราะสามารถตัดผมได้ทุกๆทรง ไม่ว่าจะผมสั้น ผมยาว ทำลอน ผมบ็อบ หรือทรงที่แปลกใหม่ สามารถทำได้ตามใจเลยคะ น่าอิจจฉาสาวๆหน้ารูปจัง

แต่มีข้อระวัง ห้ามตัดผมหน้าม้าแบบหนาๆ เพราะจะทำให้หน้าดูเหลี่ยมและดูบวมขึ้นมาทันที

cutiebras

3. ใบหน้ายาว : ทรงผมสั้นตัดหน้าม้า 

สาวที่มีใบหน้าที่ยาว อาจกังวลและคิดว่าใบหน้าไม่สวย ไม่รู้จะตัดผมทรงไหนดี กลัวไม่เหมาะกับใบหน้า ที่จริงแล้ว สาวที่มีใบหน้ายาวถือว่าเป็นสาวที่มีใบหน้าสวย แต่ต้องตัดให้เหมาะแก่ใบหน้า นั่นคือ ทรงผมหน้าม้านั่นเอง การตัดผมหน้าม้า ทำให้ใบหน้าดูสั่นลง หน้าม้าช่วยปิดหน้า ควรตัดผมประมาณบ่าไหล่ ไม่ควรยาว และสั่นเกินไป

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่ใครตัดสั้นจนถึงหู และไม่ควรไว้ผมยาวมากเกินไป

cutiebras

4. ใบหน้ารูปกลม : ทรงผมสไลซ์ดัดวอลุ่ม 

มาถึงสาวๆแก้มป่อง หรือ สาวๆที่มีใบหน้ารูปกลม น่ารักดีคะ ทรงผมที่สามารถปกติดแก้มได้คือ ตัดผมที่มีความยาวตั้งแต่คางลงไป ผมบ็อบหน้ารักๆ หรือ สไลซ์ดัดวอลุม   ผมระดับบ่าไหล่ หรือ ผมยาว  ที่สามารถปกปิดแก้มป๋องๆได้

ข้อควรระวัง ห้ามทำผมสั้นลอนเล็กๆ หยิกโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ใบหน้าดูกลมมากขึ้น

cutiebras

5. ใบหน้ารูปสามเหลี่ยม : ทรงผมบ็อบตรงตัดหน้าม้า 

สาวที่มีรูปหน้าสามเหลี่ยม โดยลักษณะส่วนใหญ่หน้าผากจะมีลักษณะ แคบ และคางเเหลม ทรงผมที่เหมาะแก่สาวลักษณะนี้คือ ตัดผมหน้าม้า หรือ ทำให้หน้าม้ามีวอลุ่ม หรืออีกทรง การตัดผมบ็อบบ่าไหร่

ทรงผมที่ห้ามคือ การไว้ผมยาวแบบสไลซ์ หรือ ทุกทรงที่ไสลซ์ เพราะทำให้เห็นใบหน้าสามเหลี่ยมเด่นชัดมากขึ้น

cutiebras

6. ใบหน้ารูปเพชร : ทรงผมบ็อบสไลซ์ หรือบ็อบเท 

ลักษณะเด่นขของสาวๆลักษณะนี้คือ คางยาวแหลม หน้าผากแคบ โหนกแก้มเด่นชัดเจน ดังนั้นทรงผมที่เหมาะแก่สาวทรงนี้คือ ตัดผมสั้น สไลซ์ ซอย เพื่อปกปิดอำพรางโหนกแก้ม หรือ มัดรวบตึงเลยก็ดีคะ

ข้อควรระวัง หลีกเลี่ยงการไว้ผมยาวตรง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูตอบ

cutiebras

7. ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมจตุรัส : ทรงผมยาวดัดลอนคลื่น

มาถึงสาวๆที่มีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม บางคนอาจไม่ชอบดูไม่สวย แต่ แต่ สำหรับต่างชาติมองว่าสาวๆใบหน้าลักษณ์นี้ใบหน้ามีความเก๋ มีเอกลักษณะ และมองว่าสวยงามมาก อย่าได้แคร์ สวยในแบบของเราเชื่อมั่นในความสวยคะ สำหรับสาวๆที่ไม่มีความมั่นใจทรงผมช่วยได้ค่ะ  การไว้ทรงผมยาวดัดลอนคลื่น การซอยหน้าม้าแบบมีเลเยอร์ หรือการซอยผมม้าปัดข้าง เพิ่มความเก๋ให้กับใบหน้า

ส่วนทรงผมที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ การตัดผมหน้าม้าตรง เพราะจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมชัดเจน

 

Categories
Blog

เสื้อผ้าเหม็นอับ สาเหตุเกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไข

เสื้อผ้าเหม็นอับ สาเหตุเกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไข

หลายๆคนคงเจอกับปัญหา การซักผ้า ผ้าเหม็น ผ้าอับชื้น โดยเฉพาะหน้าฝน ผ้าไม่ทันแห้ง ฝนตกเทลงมาอย่างหนัก ยิ่งตากผ้าในที่ไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ผ้ายิ่งมีกลิ่นเหม็นอับมาก อาจส่งผลตามมา อาการคัน โรคผิวหนัง และอาจเกิดเชื้อราตามมา เมื่อสวมใส่เสื้อผ้ามีกลิ่นอับชื้น ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง และคนรอบข้าง

engin akyurt

ซึ่งปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับเป็นปัญหาใหญ่ของเราเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นเราก็ควรหาทางสาเหตุและแก้ไขปัญหาด้วยวิธีเหล่านี้กันเลยค่ะ วันนี้ cutie จะมาบอกวิธีการขจัดความเหม็นอับ ทำอย่างไรไม่ให้ผ้ามีกลิ่นอับชื้นกัน

สาเหตุ

1.การหมักผ้าที่ปั่นเสร็จแล้วไว้ในเครื่องซักผ้าข้ามคืน

สาเหตุแรกๆหลายๆคน ซักผ้าแล้วทำอย่างอื่นไปด้วย จนลืมไปว่า ผ้ายังไม่ได้ตากบางครั้งจนผ้าแห้งในเครื่องซักผ้า ข้ามคืน เมื่อนำมาตาผ้ามีกลิ่นอับมาก ต้องเสียเวลาซักอีกใหม่อีกครั้ง

2. ไม่ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า

หลายคนอาจไม่รู้สาเหตุของกลิ่นอับชื้น  และ เสื้อผ้ามีกลิ่น สาเหตุหนึ่งเกิดจากเครื่องซักผ้า หากไม่ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเลย เครื่องซักผ้าอาจคราบสิ่งสกปรก มีเชื้อราสะสมอยู่เป็นเวลานาน ไม่ดีต่อสุขภาพ ฉะนั้นเราควรทำความสะอาดกันคะ

วิธีทำความสะอาดง่ายๆเลย เชื่อว่าหลายๆบ้านคงมีน้ำส้มสายชูติดบ้านแน่นอน ใคร ง่ายๆเลยแนะนำให้เทน้ำส้มสายชู 1ถ้วย เทลงในเครื่องซักผ้า หลังจากนั้นสามารถทำความสะอาดเครื่องซักผ้าได้ปกติ และล้างจนหมดกลิ่น แล้วสามารถล้างได้ตามปกติ หรืออีกหนึ่งวิธี อาจเทน้ำส้มสายชูพร้อมๆกับการซักผ้า

3.ผ้ายังไม่แห้งสนิท

หลายๆคนรีบๆเก็บผ้า การเก็บผ้าพับเข้าตู้ทั้ง ๆ ที่ผ้ายังแห้งไม่สนิทดี ทำให้ผ้า มีกลิ่นเหม็นอับ  เสื้อผ้าเหล่านั้นมีแบคทีเรียสะสมและทำให้เสื้อมีกลิ่นเหม็นอับเพิ่มมากขึ้น ฉีดน้ำหอมก็แล้ว ยิ่งมีกลิ่นเหม็นอับมากขึ้น เสียความมั่นใจนะคะทุกคน

วิธีแก้ไข

1.เบคกิ้งโซดา  ใช้เบคกิ้งโซดาสัก2ช้อนชา ใส่ลงไปพร้อมน้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอก

2.แช่น้ำส้มสายชูผสมน้ำ สำหรับผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับมากๆ อาจไม่หมดในครั้งเดียวแต่เป็นตัวช่วยได้เยอะมากๆ

3.ใช้เครื่องอบผ้าแทนในช่วงที่ฝนตกบ่อย โดยส่วนมากแล้ว เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับชื้นส่วนมาก ผ้ายังไม่แห้งสนิท แต่รีบเก็บก่อน เพราะกลัวฝนจะเทลงมา ยิ่งช่วงฝนตกติดต่อกันหลาย ๆ วันด้วย ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เสื้อผ้าตัวหนา ๆ จะมีกลิ่นอับเพิ่มมากขึ้น


Vidar Nordli-Mathisen

4.ตากเสื้อผ้าให้โดนแดดและลมโกรก

เสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้ว นำไปตากแดด  ควรตากแดดรำไร หากตากในที่ร่มแดดส่องเล็กน้อย  ถ้าเป็นผ้าหนาก็ตากแดดเต็มที่  ไม่ควรให้เสื้อผ้าตากแดดทั้งวันและนานเกินไป  ผ้าอาจสีซีดได้ หรือ ถ้าไม่สามารถตากแดดได้ ก็ควรแขวนผ้าให้มีระยะห่าง และ แขวนในที่ ๆ มีลมผ่าน เช่น ริมหน้าต่าง ริมระเบียง ที่ๆอากาศสามารถถ่ายเทสะดวก

5.นำเอาผ้าไปต้ม

ผ้าเหม็นอับซักเสร็จแห้งแล้ว แต่ผ้ายังมีกลิ่น ไม่หาย ให้ต้มน้ำใหเดือด ปิดไฟ นำผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับใส่ แช่สักพักประมาณ 20-30 นาที  บิดให้แห้งที่สุด สบัดแล้วตาก แค่นี้กลิ่นหายเกลี้ยงเลย

6.เลือกผงซักฟอกทีลดกลิ่นอับ

หากเสื้อผ้ามีกลิ่นอับ เสื้อผ้าไม่มีแสงแดดเพียงพอ ควรเลือกผงซักฟอกสูตรที่ลดกลิ่นอับได้ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคนที่ไม่มีเวลา ในการซักผ้า สามารถบรรเทากลิ่นไม่พึงประสงค์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Categories
Blog

รวมเรื่องเกี่ยวกับชุดชั้นใน

 

วันนี้เราได้นำความรู้ประวัติความเป็นมาของบราโดยย่อสมัยก่อนนั้นความเป็นมาของชุดชั้นในเป็นมาอย่างไร วันนี้เรามีประวัติโดยย่อให้สาวๆรู้กันค่ะ

ในปัจจุบันนี้มีชุดชั้นในให้เลือกแบบหลากหลาย มีทั้งมีโครง ไม่มีโครง สปอตบรา ไร้สาย เกาะอก มีให้เลือกหลากหลายมีเลือกหลากสี สีสันต์สวยงาม ชุดชั้นในมีส่วนสำคัญในการแต่งกาย เราควรเลือกแบบใหนให้เหมาะกับหน้าอกขของเรา และเนื้อผ้าแบบไหนดี เพราะบราคือตัวช่วยที่ช่วยประคองหน้าอกไม่ให้หย่อนคล้อย

ประวัติของชุดชั้นใน

บราหรือชุดชั้นในที่เราใส่ในปัจจุบันนี้สาวๆรู้ไหมค่ะว่ามีต้นกำเนิดที่ยาวนานมากต้นกำเนิดมาตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1913 หรือ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2456 หรือกว่าร้อยปีมาแล้ว และพัฒนามาตั้งแต่ศตวรรษที่20ชุดชั้นในนั้นแท้จริงมาจาก คำว่าอันเดอร์แวร์ Underwear แต่คนในสมัยนั้นมักเรียกกันว่า เฟาเดชัน Foundation ส่วนคำว่า บรา Bras นั้นมาจากคำว่า บราเซียร์ Brassiere ความหมายคือชุดชั้นในท่อนบนของผู้หญิง

โลกค้นพบบราตัวแรกที่ปราสาทแห่งหนึ่งในเมืองอินส์บรุค ประเทศออสเตรีย ทำจากลูกไม้ ทอด้วยผ้าลินินและลินินผสมฝ้ายก่อนที่จะเกิดสงครามครั้งใหญ่แฟชั่นก็กลายเป็นความกล้าหาญมากขึ้นมีศิลปะและดูไม่เป็นระเบียบ ในปีพ. ศ. 2456 ต้ขขขนกำเนิดของบราชนิดแรกออกแบบโดย Mary Phelps Jacob เป็นสังคมชั้นสูงของนิวยอร์คเกิดเมื่อ 1891 เธอได้ออกแบบบราสำเร็วเมื่ออายุเพียง22ปีโดยการออกแบบบราของเธอในยุคนั้นเธอต้องสวมเสื้อคุมยาวๆเพื่อจะไปออกงานชั้นสูง แต่สมัยนั้นบรายังไม่มี

ชาวโซเชียลชาวนิวยอร์กชื่อ แมรี่เฟลป์สเจ คอบได้ผ่านเข้าสูประวัติศาสตร์ชุดชั้นในเมื่อเธอได้รับสิทธิการประดิษฐ์บราเซียร์สมัยใหม่ตัวแรกของเธอ เมื่อรู้สึกผิดหวังกับการรัดตัวของกระดูกปลาวาฬของเธอภายใต้ชุดราตรีที่โปร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจคอบจึงสร้างชุดชั้นในชั่วคราวจากผ้าเช็ดหน้าไหมสองผืนและริบบิ้นสีชมพู ผลงานที่มีเสน่ห์นี้กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วและมีการจดลิขสิทธิ์ของชุดชั้นใน เป็นที่ยอมรับและการกล่าวขานในยุกต์สมัยนั้น


Marvin Meyer

เนื้อผ้าชุดชั้นในส่วนใหญ่

ผ้าฝ้าย ของผ้าฝ้ายคือมีความปลอดภัยต่อสุขภาพของสาวๆ สวมใส่สะดวกสบาย ข้อเสีย เมื่อสวมใส่เป็นเวลานานผ้าจะยึดย้วยเร็วใส่ได้ไม่นานก็ยานแล้ว

ผ้าซาติน มีความเงางามเรียบสวย หรูหรา นุ่ม ทนทาน ไม่เสียทรงแม้จะซักหลายครั้งก็ไม่เสียทรง  ข้อเสีย มีความหนากว่าผ้าฝ้ายมาก ทำให้ไม่ระบายอากาศและอับชื้นได้ง่าย

ผ้า cotton ของชุดชั้นในที่ผลิตจากผ้า cotton เมื่อสัมผัสเนื้อผ้ามีความนุ่มเมื่อสัมผัส ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี หมดห่วงเรื่องความอับชื้นไปเลยค่ะ ข้อเสีย ใช้ได้ไม่นานยึดย้วยเร็ว

ผ้าลูกไม้ มีลูกเล่นลูกไม้สวยงาม ผ้าลูกไม้เบาบาง น่ารักแถมเซ็กซี่ในตัว  ข้อเสีย หยึดหยุ่นเล็กน้อย

ผ้าชีฟอง  เนื้อผ้าบางเบา ไม่หนา ลวดลายสวยงามโปร่งใส ไม่มีความอับชื้น ข้อเสีย ไม่มีความยึดหยุ่น

ผ้า spandex เนื้อผ้า spandex  เนื้อผ้ามีสีสันต์สดใสสวยงาม มีความยึดหยุ่นมาก สามารถยึดและกลับสภาพเดิม มีความกระชับมาก

ผ้า polyester เนื้อผ้าเส้นใยสังเคราะห์  ผ้ายืดหยุ่นมีความทนทาน ไม่ยับง่าย แห้งเร็วมากๆ ข้อเสีย การระบายอากาศไม่ค่อยดีนัก

การเลือกบราแบบมีโครงและไม่มีโครง

ในชีวิตประจำวันของสาวๆต้องสวมชุดชั้นในโดยส่วนมากแล้ว บางคนชอบใส่ชุดชั้นในแบบมีโครงเหล็กและแบบไร้โครงขึ้นอยู่กับความชอบของตัวบุคคล วันนี้เรามีวิธีแนะนำบรามีโครงและไร้โครงกันค่ะ

บรามีโครง  อกสวย ได้รูปทรง โดยส่วนใหญ่แล้วบรามีโครงถูกออกแบบมาเพื่อซัพพอร์ตหน้าอก รองรับหน้าอกได้เป็นอย่างดี ทำให้หน้าอกดูกระชับ เข้ารูป ดูสวยงาม ดุเนินสวยแบบธรรมชาติอกดูชิดไม่ห่างกันอกไม่ย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร
ข้อเสียของบรามีโครง  ปัญหาเหล็กทิ่มกวนใจ สาวๆหลายคนคงเกิดปัญหาเมื่อใส่บราที่มีโครงแล้วเมื่อใส่เป็นเวลานานๆใส่จนเก่า เจ้าเหล็กตัวดีดันโผล่ขึ้นมาทิ่มบริเวณหน้าอก เกิดการเสียดสีและรอยแดง เจ็บแสบ จนบางคนทนไม่ไหวเอากรรไกรมาตัดออกกันเลยทีเดียว
รู้สึกหายใจได้ไม่เต็มปอดเต็มปอด หากสาวๆเลือกบราที่ไม่เหมาะสมกับหน้าอกตัวเองรัดแน่นจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หายใจไม่เต็มปอด เพราะถูกบีบรัดหน้าอกมากเกินไป จนทำให้เกิดเหงื่อ และอับชื้น
หลายคนอาจคิดว่าบราไร้โครงจะดีหรอ ใส่แล้วนมจะสวยดันทรงได้รูไหมนมเป้นนมหรือเปล่า อยากให้สาวๆลองเปิดใจ เพราะในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในหลากหลายให้เลือกใส่ ออกแบบมาเพื่อสาวๆตอบโจทย์โดยเฉพาะเราลองไปดูดีข้อเสียของบราไร้โครงมีอะไรบ้าง
ข้อดีของบราไร้โครง หมดปัญหาโครงเหล็กทิ่มอก ก่อกวนใจ ไม่มีรอยเสียดสีหน้าอก ไร้ขอบ ไร้ตะเข็บ รู้สึกเป็นอิสระสุดๆ โดยส่วนมากถูกออกแบบมาให้หน้าอกเข้ารูปสวย สวมใส่ไม่อึดอัด ใส่สบาย ไม่ร้อนไม่อับชื้น แม้มีเหงื่อมาก ระบายยอากาศได้ดี เพิ่มความมั่นใจ อกอึ๋มได้ในทันใจ

 

Karolina Grabowska

การเทียบไซส์กางเกงชั้นใน

การวัดขนาดของบราแบ่งเป็น 2 ส่วน
1. วัดรอบลำตัว (ถัดลงมาใต้หน้าอก) ใช้หน่วยเซนติเมตร
2. วัดรอบอก (จุดสูงสุด) ใช้หน่วยเป็นเซนติเมตร

การวัดขนาดกางเกงชั้นใน
1. วัดรอบสะโพกเพียงตำแหน่งเดียว ใช้หน่วยเป็นเซนติเมตร

 

 สะโพก

 นิ้ว                     เซ็นติเมตร                      ไซส์

34-36                    85-91                               S

35-37                    88-94                               M

37-40                    94-100                              L

สงสัยช่องเป้ากางเกงในมีไว้ทำไม

สาวๆหลายคนอาจมีความสงสัยว่า กางเกงในบางรุ่นมีช่องไว้ทำไม ตรงเป้ากางเกง หรือบางคนอาจไม่สังเกตุ ลองสังเกตุดูนะค่ะ

1 ช่องที่เป้า กางเกงใน บางรุ่นไม่มี บางรุ่นเป็นผ้าหนา เย็บติดกันทั้งหน้าหลังไม่มีช่องแต่บางรุ่นเขาจะเย็บแค่ด้านหลัง ปล่อยด้านหน้าให้เป็นช่องเหมือนช่องใส่ของเลยค่ะ งงไหมละค่ะ ช่องตรงเป้ากางเกงมีเอาไว้ทำไมกันนะ หลายๆคนคงสงสัยหรือบางคนอาจไม่ได้สังเกตุ    คำตอบก็คือ เขาไม่เย็บผ้าข้างในกางเกงบริเวณด้านหน้า หรือเรียกว่าผ้าซับ เพราะถ้าเย็บจะมีรอยตะเข็บ ทั้งสองด้านจะทำให้การสวมใส่ไม่สบาย น้องสาวจะเกิดการระคายได้ค่ะ

2. ทำไมต้องรองผ้าซับในให้มีความหนาขึ้น เป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัย ทำไมต้องเย้บหลายชั้นจัง การเย็บสองชั้นก็เหมือนการเสริมเหมือนใส่ผ้าอนามัยรอรับสิ่งที่เปลื่อนออกมาโดยปกติธรรมชาติของผู้หญิงจะหลังของเหลวออกมาบริเวณช่องคลอด ในบางครั้งเราจะเห็นคราบสีขาวๆออกมาติดขกางเกงใน ผ้าทีรองรับเปรียบเสมือนผ้าอนามัยแบบชิ้นเล็กๆนั่นเอง

3.สาวๆควรมีกางเกงในหลายๆตัวอย่างน้อยๆ 10 ตัวขึ้นไป    เพราะเราสวมใส่กางเกงในๆทุกวัน หลายๆคนทำงานไม่มีเวลาซัก ซักผ้าอาทิตย์ละครั้งส่วนที่เหลือก็เอาไว้กันตาย ในบางวันที่ฝนตกเปียก หรือปัญหาประจำเดือนมาแล้วเปลี้อนเลือด แต่ที่แน่สาวๆคงมีกางเกงในจำนวนมากไม่น้อยกว่าเสื้อผ้าแน่นอนเพราะคือสิ่งจำเป็นที่ต้องสวมใส่ตลอดเวลา

4. รู้ไหมว่ากางเกงในมีอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะเสื้อผ้า ร้องเท้า กางเกง ทุสิ่งอย่างล้วนมาอายุไข การใช้งาน หากเรามีกางเกงในน้อนใส่ซ่ำวนไปวนมายิ่งทำให้อายุการใช้งานนั้นสั้นลง เพราะยิ่งใส่ ยิ่งซักบ่อยขึ้น ควรจริงอายุการใช้งานขของกางเกงในมีอายุการใช้งาน 6 เดือน รู้แล้วสาวๆควรมีกางเกงในเก็บไว้ในสต๊อกนะค่ะสาวๆ เพื่อยืดอายุการใช้งาน

5. เวลานอนไม่ควรสวมใส่กางเกงใน ถึงแม้ว่ากางเกงในเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องสวมใส แต่ แต่ เวลานอนสาวๆรู้ไหมค่ะว่าเวลาน้องสาวก็ต้องการพักผ่อนเช่นกัน การใส่กางเกงในเวลานอนทำให้รู้สึกไม่หลับไม่สบาย อึดอัด ไม่ได้ระบายอากาศ สาวๆหลายคนอาจยังไม่เคยลอง ลองทำตามดูนะค่ะแล้วจะหลับสบายนอนหลับฝันดี

 

Atikh Bana
การเลือกบราให้เหมาะสมกับหน้าอก

สาวๆหลายคนคงชินกับชุดชั้นในแม่เลือกให้แต่เด็ก แม่ว่าสวยแม่ว่าดีเราก็โอเคตามแม่ แต่เมื่อโตแล้วการเลือกชุดชั้นในที่ตามใจคนใส่ด้วย การเลือกชุดชั้นในอาจสำคัญกว่าการเลือกเสื้อผ้าที่ใส่ข้างนอกด้วยซ้ำ ฉะนั้นควรเลือกบราที่ดีใส่แล้วดูดีหน้าอกเป้ะเวอร์ เรามีวิธี

หากสาวๆที่ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับชุดชั้นในว่าจะเลือกแบบไหนดี บางคนอาจมีปัญหาอกเล็กอยากให้หน้าอกหน้าใจดูอวบอึมขึ้นมาแต่บางคนมีหน้าอกที่ใหญ่จะใส่ชุดชั้นในแบบไหนดี ควรสอบถามพนักงานขายเขาจะแนะนำสาวๆได้เป็นอย่างดีไม่ต้องอายนะค่ะ

เลือกแบบที่สาวๆชอบมากที่สุด

สาวๆไม่ต้องกังวลใจไปเพราะสมัยนี้บราหลายๆชนิดมีการเสริมฟองน้ำ เลยไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับหน้าอกแบบไหน ปัจจุบันมีบราเลือกหลากหลายแบบแต่ส่วนใหญ่จะนิยมใส่ในชีวิตประจำวันได้แก่

Push up bras คือดันทรง ออกแบบมาเพื่อสาวๆที่มีหน้าอกขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า อกไข่ดาว โดยส่วนใหญ่แล้วดันทรงชนิดนี้มีอุปกรณ์พิเศษนั่นคือการเสริมฟองน้ำ บางรุ่นอาจถอดออกได้เมื่อไม่ต้องการ แต่บางรุ่นไม่สามารถถอดออกได้

Demi เป็นยกทรงครึ่งเต้าออกแบบมาเพื่อสาวๆชอบโชว์เนินออก สาวมารถสวมใส่กับเสื้อคอวี สามารถโชว์เนินหน้าอกดันหน้าอกให้ดูสวยงาม

Full คือยกทรงที่ออกแบบมาเพื่อปกปิดเต้าได้อย่างมิดชิด เหมาะสำหรับสาวๆที่มีหน้าอกที่มีขนาดใหญ่

ยกทรงที่มีสายไข้วกัน รูปแบบ X,T,Y เหมาะสำหรับใส่เสื้อเว้าไหล่ค่ะ

 

ใส่บราให้ถูกวิธี 

ก่อนที่สาวๆจะเลือกซื้อบราทุกครั้งควรเช็ค เพราะบราแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกัน                                                                                              -สิ่งแรกคือการคล้องสายบรากับแขนทั้งสองข้างจากด้านหน้า

-โน้มตัวไปด้านหน้า ให้เอื้อมมือไปติดตะขอด้านหลังเลือกตะขอที่พอดีที่สุด ไม่รัดเกินไปและไม่หลวมมากเกินไป จากนั้นลองขยับและจับบราดูเล็กน้อยว่าสามารถขยับตัวได้สะดวกไหมเพื่อให้หน้าอกถ่ายน้ำหนักไปข้างหน้า ทั้งนี้ก็เพราะให้หน้าอกอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

-โกยเนื้อหน้าอกที่ย้อยออกไปนอกบราเข้ามา ซึ่งอยู่บริเวณใต้รักแร้ ขณะที่กำลังโกยเนื้อเข้ามาในบราให้ใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้โกยเนื้อเข้ามาขยับบราให้กระชับรับเนื้อที่โกยเข้ามา ทำซ้ำทั้งสองข้าง

ลองขยับตัว เพื่อตรวจดูว่าบรากระชับดี ไม่รัดและไม่หลวมเกินไป

 

ดูแลรักษาบราอย่างไรให้ถูกวิธี ?

บราไม่เหมือนกับเสื้อผ้าแบบอื่น ๆ เพราะผลิตจากวัสดุที่ต้องการการดูแลรักษาเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงเรื่องรูปทรงของตัวบราด้วย โดยเฉพาะบราที่มีโครงเหล็ก ถ้าดูแลรักษาไม่ดีแล้ว จะทำให้เนื้อผ้าบรา และโครงบราเสียหาย หรือผิดรูปได้

  1. ซักมือเท่านั้น

สาวบางคนอาจจะคิดว่าเอาบราใส่ถุงซักผ้า แล้วเอาเข้าเครื่องซักผ้าก็ได้ แต่ความจริงแล้วเป็นวิธีที่ไม่ควรทำ เพราะถึงจะใส่ถุงซักผ้าแล้ว แต่ก็ยังทำให้โครงของบราเสียหายได้อยู่ดีหากซักด้วยเครื่องบ่อย ๆ  ทางที่ดีที่สุด คือการซักมือ ด้วยน้ำยาซักผ้าสูตรถนอมผ้า ทั้งนี้ก็เพราะบางครั้งผงซักฟอกจะทำให้เวลาที่เราใส่รู้สึกคัน แถมยังทำให้เนื้อผ้ากระด้างอีกด้วย

  1. แยกซักบรา

แม้กางเกงชั้นในก็ไม่ควรนำมาซักร่วมกัน ให้แยกซักจะดีที่สุด รวมทั้งแยกซักบราสีเข้ม กับสีอ่อนออกจากกัน เพราะเสื้อผ้าต่าง ๆ รวมถึงกางเกงชั้นในอาจทำให้บราสีอ่อนสีหมองลง และทำให้ดูเก่าเร็วด้วย

  1. ไม่ควรบิดบราก่อนตาก

เวลาที่เราซักบรา ไม่ควรบิดบราเพื่อสะเด็ดน้ำเด็ดขาด เพราะจะทำให้บราเสียทรงได้ ให้ใช้วิธีเปิดน้ำให้ไหลผ่านบราแทน รวมถึงไม่ควรบีบบราด้วย จากนั้นก็ค่อยตาก ถึงวิธีนี้จะทำให้บราแห้งช้า แต่ก็เป็นวิธีที่ดีกับบราที่สุด ที่จะดูแลและรักษาบราให้ใช้ได้นาน และไม่เสียทรง

  1. ตากบราในที่ลมดี

เนื่องจากการซักบราจะไม่ผ่านการบีบหรือบิดน้ำออก ทำให้บราแห้งยาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตากบราในที่ ๆ แดดจัดเหมือนการตากผ้าทั่วไป เพราะอาจทำให้เนื้อผ้าเสียหายหรือเสื่อมเร็ว และมีสีอ่อนลงได้ แนะนำให้ตากบราในที่ ๆ มีลมโกรกได้ดี

  1. เก็บบราด้วยการวางซ้อน ๆ กัน

การเก็บบราที่ถูกต้องไม่ควรเก็บโดยทำให้บราโดนกดทับ เพราะจะทำให้ทรงเสีย วิธีที่ถูกต้อง คือการวางบราซ้อน ๆ กัน แล้วรองด้วยผ้าขนหนูในลิ้นชักก่อนจะวางบราลงไป

  1. เว้นระยะการใส่ ปล่อยให้บราพักบ้าง

เวลาที่เราใส่บรา แทนที่จะใส่ซ้ำติด ๆ กันบ่อย ๆ ให้เว้นช่วงหน่อย นั่นก็เพราะจากการใส่ต่อเนื่อง ควรปล่อยให้บราคืนทรงบ้าง อาจหมุนเวียนเอาตัวอื่นมาใส่สลับกันไปเป็นรอบอย่างนี้ก็ได้ ก็จะยืดอายุบราได้

ทุกวันนี้เราใส่บราอย่างถูกวิธีแล้วหรือยัง ?

ถึงจะเป็นของที่ต้องใส่ทุกวัน แต่เชื่อเถอะว่ายังมีสาว ๆ ที่ใส่บรากันไม่ถูกวิธีอยู่ อาจฟังดูไม่สำคัญ แต่สำคัญทีเดียว เพราะการใส่บราที่ถูกต้องจะช่วยรักษาทรงของหน้าอกเอาไว้ได้ แถมเผลอ ๆ ยังช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกได้ด้วย

  1. เริ่มต้นด้วยการคล้องสายบรากับแขนทั้งสองข้างจากด้านหน้า
  2. จากนั้นให้เอื้อมมือไปติดตะขอด้านหลัง โดยเลือกตะขอที่พอดีที่สุด ไม่รัดเกินไปและไม่หลวมเกินไป จากนั้นลองขยับดูเล็กน้อยว่าสามารถขยับตัวได้สะดวกรึเปล่า
  3. โน้มตัวไปด้านหน้า เพื่อให้หน้าอกถ่ายน้ำหนักไปข้างหน้า ทั้งนี้ก็เพราะให้หน้าอกอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  4. โกยเนื้อหน้าอกที่ย้อยออกไปนอกบราเข้ามา ซึ่งอยู่บริเวณใต้รักแร้ ขณะที่กำลังโกยเนื้อเข้ามาในบราให้ใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้โกยเนื้อเข้ามาขยับบราให้กระชับรับเนื้อที่โกยเข้ามา ทำซ้ำทั้งสองข้าง
  5. ลองขยับตัว เพื่อตรวจดูว่าบรากระชับดี ไม่รัดและไม่หลวมเกินไป

 

 

 

Categories
Blog

รีดผ้าไม่เป็น รีดผ้าไม่เรียบ เพราะอะไร

เชื่อว่าหลายๆคนคงเจอกับปัญหาการรีดผ้า รีดผ้าไม่เรียบ รีดผ้าไม่เป็นบ้างละ จึงต้องส่งร้านซักรีดประจำ

เบื่อมากใช่ไหมคะกับการรีดผ้า ทำไงดี การรีดผ้านั้นมีปัจจัยหลายๆอย่าง เรามาเช็คกันคะ อะไรที่ทำให้การรีดผ้าไม่รีบ

Andrey Matveev

จัดทรงผ้าก่อนรีด

ก่อนจะรีดผ้าควรจัดทรงเสื้อก่อน เช่น เสื้อเชิ้ต ให้เน้นรีดแขนเสื้อทั้ง 2 ข้างก่อน แล้วตามด้วยคอเสื้อ และตัวเสื้อ เพราะหากรีดตัวเสื้อก่อนจะทำให้ผ้าหยับ รีดส่วนที่เล็กก่อน ตามลำดับ

ส่วนการรีดกระโปรง จับจีบ เน้นรีดในผ้าด้านในก่อน ควรรีดจากด้านบนลงล้าง

รีดกางเกงทำงานขายาว จับจากปลายขากางเกงจนถึงจุดสิ้นสุด จับจีบให้เรียบร้อยก่อนรีด

ไม่ฉีดพรมน้ำยา

การรีดผ้าที่เน้นความร้อนอย่างเดียวคงไม่พอ บางครั้งอาจต้องรีดซ้ำอีกรอบ ควรฉีดน้ำยารีดผ้าให้ผ้าเรียบ เนียบ เพื่อจะได้ไม่ต้องรีดผ้าซ้ำ

ไม่ควรใช้น้ำประปารีดผ้า ควรใช้น้ำยารีดผ้าผสมน้ำประปาครึ่งต่อครึ่งได้


engin akyurt

รอให้ผ้าแห้งในเครืองซักผ้า

เมื่อเครื่องซักผ้าซักผ้าเสร็จแล้ว หากสาวๆไม่นำผ้าไปตาก ทำให้ผ้าแห้ง ยับมากๆ ผ้าไม่คืนรูป ทำให้เสียเวลามากๆในการรีด ต้องรีดเน้นๆหลายครั้ง และมีรอยยับในเสื้อให้เห็นจางๆ

ไม่ทำความสะอาดหน้าเตารีด

หลายคนอาจมองข้าม ไม่เคยทำความสะอาดหน้าเตารีดเลย ลองสังเกตุหากหน้าเตารีด มีรอยคราบดำ เป็นสัญญาณที่ไม่ดี ทำให้คราบติดหน้าเตารีด หากเผลอรีด เสื้อตัวโปรดอาจได้ทิ้ง

ควรทำความสะอาดหน้าเตารีด ด้วยน้ำยาทำความสะอาดเตารีด เช่น ยาสีฟัน สามารถนำมาขัดคราบไหม้บนหน้าเตารีดได้ด้วย หรือ เบกกิ้งโซดาและแปรงขัด

ไม่เทน้ำออกจากเตารีดให้หมด

การรีดผ้าด้วยเตารีดไอน้ำ หลังจากรีดผ้าเสร็จ เมื่อเตารีดไม่ร้อนแล้วอย่าลืมเทน้ำออกจากเตารีดด้วย นอกจากจะทำให้ผ้ามีกลิ่นเหม็นจากน้ำที่ไม่เทออก ทำให้เตารีดเกิดการรั่วซึม การใช้งานประสิทธิภาพทำงานได้น้อยลง

cottonbro

ที่รองรีดไม่ได้มาตราฐาน

หลายคนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญ ที่รองรีดอาจรีดผ้าบนผ้าห่ม ไม่รีดบนโต๊ะรองรีด รีดผ้าได้แค่ด้านเดียว ทำให้ผ้ารีบพร้อมกันทั้ง 2ด้าน

ควรมองหาที่รองรีดที่ได้คุณภาพ จะได้ไม่เมื่อยกับการรีดหลายๆครั้งที่สำคัญผ้ารองรีดควรถอดซักได้ด้วย

ไม่ใส่ไม้แขวนหลังรีดเสร็จ

หลายคนรีดผ้าแล้ว ไม่ใส่ไม้แขวนเลย รีดแล้ววางกองๆกันไว้ สุดท้ายแล้ว ผ้าหยับเหมือนเดิม รีดแล้วควรใส่ไม่แขวน

ใจร้อน รีบทำให้เสร็จๆไป

การรีดผ้า นอกจากจะใจเย็น และใช้ความปราณีแล้ว ควรเปิดเพลงฟัง สบายๆ ไม่รีบ ไม่ทำแบบเร่งรีบ ผลออกมาจะทำให้ผ้าไม่เรียบ เหมือนผ้าไม่รีดเหมือนเดิม

 

 

ขั้นตอนการรีดผ้า

1. พรมน้ำผ้าที่จะรีด ขึ้นอยู่กับความต้องการมากหรือน้อย  จัดทรงเสื้อผ้าที่ต้องการรีดทุกครั้ง

2. เตรียมเตารีด ปรับอุณหภูมิของเตารีดให้เหมาะสมกับชนิดของผ้า
ทดลองความร้อนด้วยการรีดที่ด้านในของเสื้อผ้า เช่น สาบ ก่อนรีดลงบนตัวเสื้อ
3. ควรอ่านวิธีการรีดเสื้อผ้า เช่น การรีดเสื้อควรรีดบริเวณแขนทั้ง2 ข้างก่อน  อย่าเร่งความร้อนจนสุด ระวังผ้าอาจย่น หรือ ไหม้ได้
4. ผ้าที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์ หรือเส้นใยผสม ควรรีดแต่น้อย เฉพาะตะเข็บหรือส่วนที่ยับ
5. ควรรีดตามความยาวของเสื้อ ถ้ารีดตามขวาง ผ้าจะยืดเสียรูปทรงเสื้อผ้า
6.ปิดสวิตช์เตารีดเมื่อรีดเสร็จและถอดปลั๊ก

7. กุ่อนจะกลับมาใช้งานเตารีดอีกครั้ง ควรเทน้ำออกจากเตารีดไอน้ำออกให้หมด ตรวจสอบคราบดำหน้าเตารีดทุกครั้งก่อนใช้งาน

 

วิธีแก้ไขหากหน้าเตารีดมีรอยดำไหม้

  • เทียนไข นำเทียนไขทาพื้นเตารีด เสียงปลั๊กเปิดเตารีดให้ร้อนเทียนไขจะละลาย จากนั้น ให้นำเศษผ้ามาเช็ดคราบออก
  • ยาสีฟัน ทาพื้นเตารีดที่มีรอยดำแล้วเปิดเตารีดให้ร้อน รอจน ยาสีฟันไหม้ ปิดเตารีด ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดออก
  •  น้ำส้มสายชู นำผ้าสะอาดชุบกับน้ำส้มสายชู บิดให้หมาดๆ แล้วเช็ดลงบนคราบสกปรก คราบรอยไหม้ที่อยู่บริเวณหน้าเตารีด แล้วเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง
  • ใบตอง สามารถขจัดคราบรอยดำที่หน้าเต่ารีด โดยการนำเตารีดที่ร้อนแล้วรีดเน้น วนไปมา จนใบตองเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลเข้ม รอจนเตารีดเย็นและเช็ดคราบออกด้วยผ้าชุดน้ำเปล่า