Categories
Blog

9วิธี ผ่อนคลายให้หายเครียด

JESHOOTS.COM

ความเครียดคืออะไร

ความเครียด คือ การตอบสนองของร่างกาย ด้านร่างกายและด้านจิตใจ และเกิดความเครียดเกิดขึ้น เมื่อเราต้องเผชิญกับความกดดัน ทั้งทางร่างกายจิตใจ และอารมณ์ ความเครียดมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา อย่าปล่อยให้ความเครียดมีอิทธิพลทางลบต่อชีวิตต่อเนื่องยาวนาน ควรจัดการกับความเครียด อย่าปล่อยให้ชีวิตไม่มีความสุข

อาการ

1.เบื่ออาหาร หรือ กินอาหารได้น้อยลง กินอะไรก็ไม่อร่อย

2.นั่งไม่ได้ นอนไม่หลับ คิดมาก พลิกตัวไปมา

3.กังวลใจตลอดเวลา คิดเรื่องเดิมวนไปมาซ่ำๆ

4.อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดตลอดเวลา เหวี่ยงวีนคนรอบข้าง

5.ไม่มีสติ ไม่มีสมาธิในการทำงาน เหม่อลอยมักทำงานผิดพลาด

6.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

7.ไม่มีความสุข ร้องไห้ เศร้าเสียใจตลอดเวลา

Christian Erfurt

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด

1.ครอบครัว และการเจ็บป่วย

การสูญเสียคนที่รักไปอย่างกระทันหัน แฟนทิ้ง  การหย่าร้างการเจ็บป่วย การตายจาก ความโศกเศร้าเสียใจ ล้วนก่อให้เกิดความเครียด วิตกกังวล หากร่างกายอ่อนแอไม่ได้พักผ่อน เหนื่อยทั้งกายและใจไม่มีแรงสู้ อาจเกิดโรคซึมเศร้ามตามมา

2.ร่างกาย จิตใจ

ด้านร่างกายและจิตใจ เช่น  ไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว ถูกกดดันจากครอบครัวเมื่อลูกขอเงินไปโรงเรียนไม่มีเงินใช้จ่าย ทำให้เกิดความกดดันเพิ่มขึ้น เกิดอาการเครียด หรือ มีนิสัยที่เป็นคนคิดมาก วิตกและตื่นตูมง่ายกับเรื่องเล็ก กังวลในปัญหาที่ยังไม่เกิดขึ้น

3.อาชีพ การงาน

การทำงานบางครั้งมักจะพบเจอปัญหากับความเครียด เมื่อพบเจอกับความเครียดบ่อยๆทำให้เกิดความเครียดสะสม เช่น งานที่มีความกดดันสูง  งานเสี่ยงอันตราย มีปัญหากับองกรณ์ การขาดสมรรถภาพในการงานให้สำเร็จ

หรือ การทำงานที่มีความกดดันเครียดสูง  มักจะมีอาการปวดหัวอยู่บ่อย ๆ การทำงานเกี่ยวกับติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำงานไม่เสร็จทันเวลาโดนตำหนิ ทำให้โกรธง่าย หงุดหงิด จุกจิกใจ ดมโห ไม่มีสมาธิ มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานเสมอ เสียความมั่นใจ หมดความภาคภูมิใจในตนเอง เป็นมนุษญ์ที่ไม่มีความสุขกับการทำงานก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพของคนทำงานเหล่านั้นได้

4.เศรษฐกิจ สังคม

ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เช่น ในปี พศ นี้เศษฐกิจทั่วโลกล้วนมีปัญหาผลมาจากไวรัสโควิด 19 บางคนตกงานกระทันหัน รายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย คิดมาก หดหู่ ล้วนมีผลมาจากสภาพเศรษฐกิจ

5. กรรมพันธุ์และอายุ

กรรมพันธุ์ก็มีส่วนทำให้เครียด แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากช่วงวัย และอายุที่เพิ่มมากขึ้น มีความกดดัน ความรับผิดชอบมากขึ้น หรือแม้แต่วัยผู้สูงอายุ ที่คิดมากนอนไม่หลับ ห่วงลูกหลาน การคิดหรือเครียดมากไม่เกิดผลดีต่อสุขภาพ การเครียดมากส่งผลให้อายุสั้นลง

bruce mars

ทำอย่างไรให้หายเครียด

1.โทรหาเพื่อน หรือ ครอบครัว

โทรหาเพื่อนสนิด หรือ ครอบครัว หาคนใกล้ชิด คนที่เข้าใจ เพื่อรับฟังการระบายปัญหาความทุกข์ ความอัดอั้นใจ ระบายออกมาเพื่อให้เกิดความสะบายใจมากขึ้น

2.ออกกำลังกาย

เมื่อร่างกายเกิดความเครียดที่สะสมมานาน การออกกำลังกายสามารช่วยให้ดีขึ้น ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย

เช่น ไปวิ่ง เดินเร็ว ขี่จักรยาน ในที่สาธารณะ พบปะผู้คน สูดอาการศบริสุทธิ์ หรือ ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เตะบอล เป็นต้นการออกกำลังกายยังช่วยลดอาการเครียด ผ่อนคลายและนอนหลับสบาย

3.เล่นวิดีโอเกม

การเล่นวิดิโอเกมเป็นการผ่อนคลายจากความเครียดอีกวิหนึ่ง แต่อย่าเล่นจนติด  จะส่งผลเสียต่อครอบครัวและรอบข้าง เล่นแค่เพื่อผ่อนคลายเท่านั้น

4.นั่งสมาธิ หรือ เปิดวิดีโอธรรมมะ

การนั่งสมาธิ หรือ เปิดวิดิโอธรรมมะ ทำให้จิตใจสงบสุขขึ้นมีความคิดแนวบวก สามารถมีสติแก้ไขกับปัญหา สถานะการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดที่ดีขึ้น รู้จักกับตัวเองมากขึ้น สามารถคิดและไตร่ตรอง กับปัญหา มีความสุข เห็นนคุณค่าในตัวเองมากขึ้น

5.นอนหลังพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากจะให้ให้หน้าตาสดใสแปร่งปรั่งแล้ว ยังทำให้ร่างกาย และสมองทำงานได้อย่างเต็มที่ มีสมาธิมากขึ้น ตื่นเช้ามาจึงมีไม่อ่อนเพลีย รู้สึก กระปรี้กระเปร่า ร่างกายพร้อม

6.ไปร้านนวดเพื่อผ่อนคลาย
หาเวลาว่างไปนวด การนวด ทำให้การทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย กระตุ้นกล้ามเนื้อและระบบร่างกายต่างๆ ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น รู้สึกสบายตัว หลับสบาย และ ช่วยในคนที่ป่วยซึมเศร้า เครียดให้รู้สึกดีขึ้น
7.มีเวลาให้กับตัวเอง

ในแต่ละวันต้องพบเจอผู้คน พบปัญหามากมาย ให้เวลากับตัวเอง เช่น การดูภาพยนตร์ การฟังเพลง การหัวเราะ สิ่งเหล่านี้จะทำให้รู้สึกดีขึ้น รู้สึกผ่อนคลาย

8.หาเวลาไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย

ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง หาเวลาไปเที่ยว ชาร์ตแบตเตอรี่ให้กับตัวเอง ไปเทียวกับเพื่อน แฟน หรือ ครอบครัว ไปเที่ยว ทะเล ภูเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ แค่นี้ก็เติมพลังให้กับร่างกายแล้ว

9.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ ความรุนแรง

ผู้คนส่วนใหญ่มักแก้ไขปัญหาโดยการพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นวิธีแก้ไขที่ผิดวิธีนะค่ะ การดื่มอย่างหนัก มึนเมา อาจขาดสติกระทำรุนแรงต่อบุคคลอื่น ทำลายทรัพย์สินให้เสียหาย ทำร้ายตนเอง ให้ได้รับบาดเจ็บ คบหาสมาคมกับคนเสเพล เข้าหาสิ่งเสพติด เช่น บุหรี่ สุรา ยาเสพติด ล้วนเกิดผลเสียตามมาทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เป็นผลดี มีแต่ผลเสียตามมาทีหลัง

 

Categories
Blog

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร

Marc Schaefer

อาหารที่กินได้เมื่อท้องเสีย

1.กล้วย  ข้าวต้ม โจ๊ก  แอปเปิ้ล ขนมปังปิ้ง 

2.เกลือแร่ ORS ใช้ดื่มเพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ในร่างกายที่สูญเสียไปจากอาการท้องเสีย เพื่อทำให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างเป็นปกติ

3.โปรไบโอติก แบคทีเรียดี ได้แก่

-โยเกิร์ตมีส่วนผสมของโปรไบโอติก เพราะเชื้อแบคทีเรียตัวดี  จะช่วยการทำงานของลำไส้ได้ดี

Sara Cervera

ช็อกโกแลตดำ นอกจากจะช่วยให้อารมย์ดีแล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการท้องเสียอีกด้วย

4.อาหารที่มีรสจืด ดังนั้นจึงไม่ทำให้ระบบย่อยอาหารแย่ลง นอกจากนี้ยังมีผลผูกพันเพื่อช่วยให้อุจจาระแข็งตัว

5.เครื่องดื่ม อิเล็กโทรไลต์ หรือ น้ำมะพร้าวที่มีวิตามินอิเล็กโทรไลต์

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อท้องเสีย

1.นมและผลิตภัณฑ์จากนม

บางคนอาจคิดว่ากินนมคงไม่เป็นอะไรหรอก แต่หากมีอาการท้องเสียแล้ว จะเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสียหนักเข้าไปอีก และ ท้องอืด แน่นเฟ้อ ตามมา เพราะร่างกายไม่ยอมย่อยเลคโตสจากนม ร่างกายก็จะเกิดปฏิกิริยาบางอย่าง เพื่อที่จะพยายามย่อยเลคโตสให้ได้ จึงเป็นการฝืนกระบวนการของร่างกาย ทำให้ระบบการย่อยอาหารแปรปรวนนั่นเอง 

2.อาหารทอด

ควรงดอาหารประเภท ของมัน ของทอดไปก่อน เพราะอาหารทอดเป็นอาหารที่มีไขมันสูง ย่อยยาก 

cutie

3.อาหารรสเผ็ด

รสจัด ในพริกมีสารแคปไซซิน ทำให้อุณหภูมิสูงในร่างกายสูงขึ้นเมื่อดื่มน้ำไปมากๆ ร่างการไม่สามารถย่อยได้หมด และเป็นตัวกระตุ้นการทำงานกระเพาะและลำไส้ทำงานหนัก เมื่อกินน้ำเยอะๆ จึงมีอาการท้องเสียหรือถ่ายเหลว เช่น ส้มตำ ยำ   ต้มยำรสจัด

4.เนื้อหมูและเนื้อวัว

มักจะพบ เชื้อ เอสเชอริเชีย ซึ่งเกิดจากการปนเปื้อนของอุจจาระของสัตว์ และการกินเนื้อดิบๆสุกๆ ยิ่งทำให้เกิดอาการท้องเสียนักกว่าเดิม

 5.ผักสด 

หากคุณมีอาการท้องเสียอยู่แล้ว แน่นอนว่าผักดิบนั้น ทำให้เกิดแก๊ส เพิ่มการทำงานของระบบย่อยอาหารมากขึ้น 

6.ผลไม้รสเปรี้ยวทั้งหมด ผลไม้อื่น ๆ

ผลไม้รสเปรี้ยวทั้งหลายจะมีไฟเบอร์สูง บางคนเกิดการระคายเคืองจนท้องเสียได้ เช่น สับปะรด เชอรรี่ ผลเบอรรี่ ผลไม้เมล็ดมะเดื่อลูกเกด และองุ่น ช่วงที่กำลังท้องเสียควรงดไปก่อน

Albert S

7.เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาแฟอีน นอกจากจะมีความเป็นกรดอ่อน ๆแล้วยังมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท คาเฟอีนในกาแฟก็ยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายชนิดอ่อน หากมีอาการท้องเสีย กาแฟ โซดา น้ำอัดลมทั้งหลาย ควรงดไปก่อนจ้า

หากคุณมีอาการท้องร่วงเป็นเลือดมีไข้ ปวดท้องรุนแรงหรือท้องเสียที่แย่ลงคุณควรไปพบแพทย์

 

 

 

 

 

Categories
Blog

10ความฝันที่บอกว่าคุณกำลังจะมีโชค พร้อมเลขเด็ด

bruce mars
1.ฝันเห็นปลา หรือ ได้จับปลา

ผู้ที่ฝันว่าได้จับปลา จะมีโชคลาภ ขึ้นอยู่กับว่าจับปลาได้มากน้อยแค่ไหน ยิ่งจับได้มากยิ่งมีโชคลาภมาก

เลขเด่น 85,87, 89

2.ฝันเห็นเลือด

ผู้ที่ฝันเห็นเลือด หยดเลือด เลือดไหลออกจากร่างกาย หรือบางคนฝันว่าได้กินเลือดสดๆ ทายว่าจะหมดเคราะห์ หมดโคก จะได้รับข่าวดีๆ

เลขเด่น 75,76,78

3.ฝันเห็นพระ หรือ พระพุทธรูป 

หากผู้ใดฝันเห็นพระ หรือ พระพุทธรูป นั่นหมายถึงความฝันที่ดี ความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต จิตรใจสงบสุข พบความสุขในชีวิตนั่นเอง จะเกิดเรื่องราวดีๆตามมา

เลขเด่น 27, 59, 78, 88 ,89

4.ฝันเห็นคนตาย โรงศพ หรือ ไปงานศพ

หากใครฝันเห็นที่ตายแล้วมาหา หรือ ฝันเห็นคนตายต่อหน้าต่อตา ความฝันอาจน่ากลัว ตื่นขึ้นมาแล้วยังตกใจกลัวไม่หาย รวมไปถึงฝันเห็นโรงศพ ไปงานศพ ความฝันเหล่านี้หมายถึง คุณกำลังจะได้รับข่าวดี ได้รับโชคลาภก้อนโต

หรือ คุณฝันเห็นคนอื่นตายแต่เขายังไม่ตาย หมายถึงต่อดวงชะตาให้กับคนที่ฝันเห็นว่าเขาตาย

เลขเด่น 00, 07 ,10, 14, 44, 88

5.ฝันเห็น งูใหญ่

เป็นความเชื่อ ตามกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ฝันเห็นงูใหญ่ส่วนมากจะหมายถึง จะเจอเนื้อคู่ ไม่ใช่แค่เนื้อคู่ค่ะ อีกหนึ่งความหมายคือ การมีโชคลาภครั้งใหญ่ และจะมีข่าวดีเกิดขึ้น

ความฝันนี้รวมไปถึงฝันเห็นพยานาค บางคนที่เป็นลูกหลานพยานาคแต่ชาติปางก่อน พยานาคจะคอยปกป้องคุ้มครอง

เลขเด่น 48, 58, 68, 69, 89

6.ฝันเห็นนก

หากผู้ใดฝันเห็น นก หรือ สัตว์ปีกอื่นๆ หากฝันว่าได้จับ ได้สัมผัส บินเข้ามาหา จะได้รับโชคจากสัตว์4 เท้า 2 เท้า หมายถึงจะมีลาภลอย มีโชคลาภเข้ามาหาถึงบ้าน รอรับโชคลาภเลยจ้า

เลขเด่น  02, 12, 16, 26 , 64

7.ฝันว่าได้จับกบ

หากฝันว่าได้จับกบ หรือ เห็นกบ ทายว่าจะโชคมีลาภตามจำนวนกบที่จำได้ หากจับได้เยอะเท่าไหร่โชคยิ่งดีมาก หากผู้ทำการค้าขาย กิจการจะรุ่งเรือง

เลขเด่น 11, 19 ,79, 97

8.ฝันว่าได้อุ้มเด็ก

หากฝันว่าได้อุ้มเด็ก หรือ มีคนนำเด็กมาให้อุ้มขาวๆอ้วนท้วนสมบูรณ์ ทายว่าจะมีโชคลาภในเร็ววัน หากคนโสดจะมีแฟน คนที่แต่งงานแล้วจะมีบุตรตามที่ต้องการ

เลขเด็ด 15, 31, 34 ,33

9.ฝันเห็นทองคำ หรือ ของมีค่า

หากคุณฝันเห็น สร้อยแหวน เงินทอง หรือ เครื่องประดับต่างๆ ได้จับ ได้สวมใส่ หรือมีคนมอบให้คุณ หมายถึง ความฝันที่ดี ความฝันอันเป็นสิริมงคล หรือ อีกความหมายคุณกำลังจะมีบุตรในเร็ววันนี้ และเป็นเด็กผู้หญิงอีกด้วย

เลขเด็ด 12, 24 ,36

10.ฝันว่าได้กินเนื้อดิบผู้ที่ฝันว่าได้กินเนื้อดิบ

ทายว่า ผู้นั้นจะหมดเคราะห์จากโรคภัยไข้เจ็บ จะได้รับโชคลาภ ข่าวดีในเร็ววัน

เลขเด็ด 06,14, 26, 73

 

Categories
Blog

10อาหารต้องห้ามยามมีไข้ ของแสลงทั้งนั้น!

Andrea Piacquadio

อาหารต้องห้ามยามมีไข้

1.เป็นไข้ห้ามกินลำไย

กินลำไยทำให้เจ็บคอ เป็นไข้ เป็นคำเตือนที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก กินลำใยเยอะจะเจ็บคอ มีไข้ ร้อนใน เพราะเป็นผลไม้ที่มีกำมะถันเยอะ เพราะจะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ยิ่งทำให้อุณภูมิของร่างกายสูงมากขึ้น ไม่ควรกินช่วงมีไข้

และก่อนรับประทานควรล้างน้ำให้สะอาด เพราะเปลือกของลำไยอาจมีสารเคมีตกค้างได้ เช่น ยาฆ่าแมลง ควรล้างก่อนกินนะค่ะ

Jim Teo
2.เป็นไข้ห้ามกินทุเรียน

ทุเรียนเป็น“ราชาแห่งผลไม้” เพราะเนื้อทุเรียนมีคุณค่าทางอาหารสูง และให้พลังงานสูง แต่เมื่อมีไข้ ไม่ควรกินทุเรียนเพราะในทุเรียนมีกำมะถันสูง

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่กินเข้าไปแล้วทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย อาจจะทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน หากกินเข้าไปแล้วจะทำให้โรคที่เป็นอยู่จากเบาจะกลายเป็นหนักอาจจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลหรือถึงแก่ชีวิตได้ ควรเว้นช่วงมีไข้

3.ของมัน ของทอดกินได้ไหม

ช่วงนี้ควรงด อาหารของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้ต้องใช้พลังงานสูงในการย่อยอาหาร ยิ่งทำให้อุณภูมิสูงขึ้น อาจชักได้

4.เป็นไข้ห้ามกินขนุน

หากมีไข้ ปวดหัว ตัวเริ่มร้อน ควรหลีกเลี่ยงการกินขนุน เนื่องจากขนุนเป็นผลไม้ที่มีกำมะถัน เป็นผลไม้ที่เพิ่มความร้อนให้ร่างกาย และทำให้ไข้สูงขึ้น

cutie
5.เป็นไข้กินส้มตำได้ไหม

เมื่อมีไข้ มักกินอาหารไม่อร่อย อยากกินอาหารเผ็ดๆ คิดถึงส้มตำแล้ว ส้มตำส่วนมากรสชาติจัดจ้าน อาหารรสเค็มจัด อาหารที่ใส่ผงชูรสมาก ๆ หากทานส้มตำไตจะยิ่งทำงานหนักเพิ่มขึ้นสองเท่า ช่วงที่มีไข้ร่างกายจะอ่อนแอ  ควรทานอาหารที่อ่อน อาหารรสจืดๆ งดส้มตำไปก่อนหายไข้แล้วค่อยกินนะค่ะ

6.เป็นไข้ ห้ามกิน กล้วย ส้มโอ

กล้วย ส้มโอ เป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงอีก เช่นกัน สามารถรับประทานได้เช่นกัน แต่ไม่เกิน 2 กิโลกรัมขึ้นไป อาจเกิดอันตรายได้

7.อาหารที่มีโซเดียมกินได้ไหม

อาหารรสเค็มจัด อาหารที่ใส่ผงชูรสมาก ๆ รวมไปถึงเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาขับปัสสาวะ ยาล้างไต ก็ไม่เหมาะกับคนเป็นไข้ เพราะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ก็ไม่เหมาะกับคนเป็นไข้

8.ออกกำลังกายได้ไหม

งดออกกำลังกาย เพราะจะยิ่งทำให้เหงื่อออกมาก ร่างกายสูญเสียน้ำ และ ควรงดสูบบุหรี่ เพราะคนเป็นไข้ต้องการออกซิ   เจนในปริมาณมาก

Any Lane
9.เป็นไข้ห้ามกินฝรั่ง

ฝรั่งมีวิตามินซีเยอะ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แต่ที่กลัว คือ ในฝรั่ง  มีโพแทสเซียม ถ้ามีไข้สูงและเป็นโรคไตด้วย ไม่ควรกิน เพราะอาจทำให้เกิดอาการชักได้  ถ้าไม่เป็นโรคไต ก็สามารถกินฝรั่งได้ตามปกติ แต่ใน 1 วัน ไม่ควรกินฝรั่งเกิน  2 กิโลกรัมขึ้นไป  ดังนั้นถ้าไม่ได้มีไข้สูง เป็นแค่ไข้ธรรมดา และไม่ได้เป็นโรคไต ก็สามารถกินฝรั่งได้ตามปกติ

10.หน่อไม้ดองกินได้ไหม

หน่อไม้ดอง ไม่ควรกิน เพราะอาหารรสเค็มทุกชนิดมีโซเดียมสูง  อาหารทะเล จริง ๆ กินได้ ดีด้วยซ้ำ เพราะอาหารทะเลมีไอโอดีนเยอะ จะไปช่วยปรับสมดุลในร่างกาย

อาหารที่เข้าใจผิดว่ากินไม่ได้
1.หน่อไม้กินได้ไหม?

หน่อไม้กินได้ บางคนเชื่อว่าจะยิ่งทำให้ไข้สูง ไข้ไม่ลด ก็ไม่เกี่ยวกันกินได้ค่ะ

2.อาหาร พืช ผัก และผลไม้รสเย็น ฟักแฟง แตงกวา แตงโมงกินได้ไหม ?

กินได้ เพราะมีน้ำเยอะ อะไรก็ตามที่ไปเพิ่มน้ำให้กับร่างกาย ในภาวะที่ร่างกายเหงื่อออกเยอะ สามารถกินได้ทั้งนั้น ดังนั้นจึงควรกินผัก ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ๆ โดย  เฉพาะน้ำผลไม้จะมีน้ำตาลดูดซึมได้ดี ไม่เป็นเชื้อเพลิงให้กับไข้ หลักสำคัญจงจำเอาไว้ว่า อย่ากินอะไรที่ไปจุดไฟในร่างกายให้ร้อนขึ้น แต่ควรกินอาหารรสเย็น เพื่อไปดับไฟในร่างกาย

21 swan
3.น้ำเย็น การดื่มน้ำเย็น ?

การดื่มน้ำเย็น ดื่มได้ ไม่ได้เป็นอันตราย แต่จะทำให้ร่างกายดูดซึมได้เร็วกว่า ยิ่งดื่มเยอะๆ ไข้ยิ่งลดเร็วขึ้น ส่วนการกินน้ำแข็งก็ไม่เป็นอันตรายอะไร แต่หากไออยู่ ควรเลี่ยงเพราะน้ำเย็น น้ำแข็ง เพราะจะไปกระตุ้นการไอ

4.น้ำมะพร้าวกินได้ไหม?

เป็นไข้ ดื่มน้ำมะพร้าวได้ เพราะน้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เย็น ช่วยลดไข้ได้ดี และยังมีเกลือแร่จากธรรมชาติในระดับที่พอดี ช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้ง่าย ๆ

 

เมื่อมีไข้ควรงดอาหารแสลงนะคะ ควรกินอาหารอ่อนๆ ร้อนๆ ที่ย่อยง่าย พวกข้าวต้ม  โจ๊ก ต้มจืด หากมีอาการเจ็บคอร่วมด้วยควรดื่มน้ำอุ่น ชงน้ำผึ้ง+ มะนาว + เกลือ จิบๆ ดื่มบ่อยๆ จะทำให้รู้สึกดีขึ้น เคล็ดลับดีๆช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

ข้อมูลจาก
หมอทีม Dr. Team
ชัวร์ก่อนแชร์
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

Categories
Blog

การย่างไฟvการย่างขี่หมา เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถล้ม

 

Amin Hasani

ในสมัยก่อนภาคอิสาน เมื่อถูกรถชน ตกต้นไม้ หรือ โดนกระแทรกอย่างรุนแรง เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาช้านาน ชาวบ้านเชื่อกันว่า การย่างไฟ เป็นวิธีการรักษาสุขภาพวิธีหนึ่งของการแพทย์พื้นบ้านภาคอีสาน ใช้รักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ซึ่งไม่สารถมองเห็นข้างในของร่างกายอาการอาจดูไม่ออก แต่อาจมีอาการเมื่ออายุเพื่มขึ้นก็ได้ การย่างไฟ  เป็นการใช้ความร้อนที่เหมาะสมผ่านตัวยาสมุนไพรเพื่อให้ออกฤทธิ์ และความร้อนไออุ่นจะทำให้น้ำมันหอมระเหยในสมุนไพรหากไม่ทำการย่าง คนเฒ่าคนแก่ภาคอิสานมักจะพูดกันว่า ตอนเกิดอุบัติเหตุไม่ยอมย่าง ไม่เชื่อฟัง เลือดลมร่างกายไม่ปกติ

การย่างไฟ

สมุนไพรและอุปกรณ์ในการย่าง

1.ใบมะขาม, ใบขี้เหล็ก, สะแกนา,ใบหนาด

2.เหล้าขาว 40 ดีกรี ประมาณ 30-40 มิลลิลิตร

3.น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ

4.แคร่ไม้ไผ่ 

5.ถ่านไฟ หรือ ถ้าเป็นไม้ควรใช้ไม้มะขาม ไม้ขี้เหล็ก

6.แผ่นสังกะสี 1 แผ่น

7. ครุถังใส่น้ำ

8.ผ้าห่มสองผืนสำหรับปู 1 ผืน และสำหรับคลุมร่างกาย 1 ผืน

 

วิธีการย่างไฟ แบบที่ 1 แบบละเอียด

1.นำแคร่มาวางไว้ที่โล่ง ก่อไฟด่านล่าง ใช้ถ่านหรือไม้ฟื้น เช่น ไม้มะขามป้อม ขี้เหล็ก สะแกนา

2.เหล้าขาว 40 ดีกรี ประมาณ 30-40 มิลลิลิตร+น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ ดื่มเพื่อปรับธาตุ ปรับเลือด

3.วางสมุนไพรลงบนแคร่ให้ทั่ว ปูผ้าหรือเสื่อ ชุบน้ำบนชั้นของสมุนไพร (ต้องชุบน้ำก่อนย่างเสมอและหลังจากย่างได้        2-3ชั่วโมง ต้องพรมน้ำให้ชุ่ม) เพื่อไม่ให้ร้อนมากเกินไป

4.เตรียมร่างกายอาบน้ำให้สะอาด ทำความสะอาดร่างกาย โดยการอาบน้ำอุ่นที่มีส่วนผสมของใบมะขามและใบหนาดต้มให้เดือด ให้สวมเสื้อผ้าที่หลวมๆ ระบายอากาศหรือถ่ายเทความร้อนได้

5.เวลาย่างไฟจะได้ไม่อบและร้อนเกินไป การนอนบนแคร่ที่มีไอร้อนต้องมีการเฝ้าดูอาการไม่ห่าง หากร้อนมากเกินไป ร่างกายอาจเกิดแผลจากความร้อนได้ ระวัง

 

การย่างไฟแบบที่ 2 โดยย่อ

ใช้ใบและกิ่งเปล้าใหญ่สด ใบหนาด จำนวนมาก ใบว่านซน 7-8 ใบ ข้าวเปลือกแช่น้ำ 3-4 กิโลกรัม เอาใบเปล้าใหญ่ ใบหนาด ปูลงบนแคร่ไม้ไผ่ให้หนาพอควร เอาใบหว่านซนปูลงทับเป็นช่วงๆ ข้าวเปลือกโรยทับ จากนั้นเอาเสื่อปูทับอีกครั้งหนึ่ง ให้ผู้ป่วยนอนห่มผ้าด้านบน ก่อไฟใต้แคร่และให้เอาใบเปล้าใหญ่ ใบหนาดคลุมไฟ ให้ควันลอยขึ้นหาคนป่วย จะไม่มีการเปลี่ยนสมุนไพรจนแล้วเสร็จ

ช่วงเวลาที่ย่างอาจต้องใช้ความอดทน ร้อนหน่อย แต่ดีต่อสุขภาพ

การย่างขี่หมา

การย่างขี่หมา เป็นการรักษาอีกแบบตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ปัจจุบันภาคอิสานยังคงนิยมย่างและรักษาผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ รถล้ม ตกจากต้นไม้ เป็นต้น การย่างแบบขี้หมาสามารถทำให้อาการฟกช้ำ ดำเขียว อาการปวดดีขึ้น

สมุนไพรในการย่างขี้หมา มีดังนี้

1.ใบพลับพลึง, ใบหนาด, ใบว่านไพล, ใบระหุ่ง

2.แคร่ไม้ไผ่ 

3.ถ่านไฟ

4.แผ่นสังกะสี 1 แผ่น

5.ครุถังใส่น้ำ

6.ผ้าห่มสองผืนสำหรับปู 1 ผืน และสำหรับคลุมร่างกาย 1 ผืน

 

วิธีการย่างขี่หมา

1.ก่อไฟบนสังกะสี ถ้าถ่านเปลี่ยนเป็นสีแดงแสดงว่าถ่านติดแล้ว

2.นำสังกะสีไปว่างไว้ที่ใต้แคร่ไม้ และให้ผู้ประสบอุบัติเหตุนอนบนแคร่

3.นำขี้หมามาวางบนถ่านไฟ ยิ่งเยอะยิ่งดี แนะนำว่าควรเป็นขี้หมาแห้งจะไม่มีกลิ่นเหม็นมาก หากไม่มีจริงๆขี้หมาเปียกก็ได้

4.นำใบว่านไพร ใบพลับพลึง ใบหนวด ใบระหุง มาวางบนกองไปข้างล่างแคร่

5.เมื่อนำสมุนไพรเหล่านี้มาวางบนกองไฟจะทำให้เกิดควันโขมงอย่างมาก ใช้ผ้าคลุมทั้งตัวของผู้ป่วยและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสูดดมเอาสมุนไพรนั้น ความร้อนของกลิ่นสมุนไพรจะทำให้หายใจโล่ง และอาการเจ้บปวด ปวดตามตัวจะทุเลา และดีขึ้น

 

ารย่างจะใช้ระยะเวลาโดยขึ้นกับอาการของผู้ป่วย

1.ระดับเล็กน้อย ย่างไฟครั้งละ 2-4 ชั่วโมง ทำต่อเนื่อง 1-2 วัน

2.ระดับปานกลาง ย่างไฟครั้งละ 3-5 ชั่วโมง ทำต่อเนื่อง 2-4 วัน

3.ระดับการเจ็บป่วยรุนแรง เช่นกระดูกหัก หมดสติ หลังจากได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ย่างไฟครั้งละ 4-7 ชั่วโมง ทำต่อเนื่อง 3-5 วัน

ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติ ในการย่าง

1.ผู้รับบริการไม่ควรดื่มน้ำเย็นขณะทำการย่าง

2.ไม่ควรย่างในรายที่อ่อนเพลีย และผู้มีประจำเดือน

3.ควรทำหลังรับประทานอาหารแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง

4.คนที่ฟกช้ำจากการอุบัติเหตุหากมีบาดแผลห้ามย่าง

5.ผู้ป่วยที่มีไข้ตัวร้อนห้ามย่าง

6.หลังการย่างยาไม่ควรอาบน้ำทันที เพราะจะไปชะล้างตัวยาออกจากผิวหนัง และทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน

 

ที่มา: http://www.thaihof.org/knowledge/article/detail/2696

https://www.m-culture.go.th/mahasarakham

/ewt_news.php?nid=2213&filename=index

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Categories
Blog

ทำไมถึงเมารถ 8 เทคนิคแก้อาการเมารถ

 

Avel Chuklanov

ทำไมถึงเมารถ

อาการเมารถ มีหลายคนคงเคยเจอกับเหตุการณ์นี้ บางคนเป็นตั้งแต่เด็กๆไม่หายขาด บางคนเป็นตอนโตแล้ว จะนั่งรถบัสปรับอากาศ หรือ รถยนต์ส่วนตัว เมารถตลอดพกถุงพลาสติ๊กติดกระเป๋าเป็นประจำกันเลยที่เดียว อาการเหล่านี้เกิดจากระบบประสาทการทำงานไม่สมดุลกัน

เมารถ เกิดจากความไม่สัมพันธ์กันของประสาทตากับประสาทการทรงตัวในหูชั้นใน และได้รับการกระตุ้น เช่น นั่งรถข้างหลังมีการเหวียง เบรคที่รุ่นแรง กลิ่นน้ำยาปรับอากาศ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้เกิดอาการเวียนหัว คลื่นใส้อาเจียน

8 เทคนิคแก้อาการเมารถ

1.นั่งแถวหน้าของรถ

หากสามารถเลือกที่นั่งได้ควรเลือกนั่งข้างหน้าหรือ โซนกลางรถ ไม่ควรนั่งแถวท้าย หากรู้ตัวว่าเมารถ เพราะนั่งท้ายของรถบัสหรือปรับอากาศ เเรงเวียงของรถจะอยู่ที่ท้ายรถ และการนั่งรถที่เหวี่ยงนานเกินไปยิ่งทำให้เกิดอาการเวียนหัวมากขึ้น และอวกในที่สุด

Bo Kim

2.หยุดเล่นโทรศัพท์ หรือ อ่านหนังสือบนรถ

ในขณะที่เดินทาง สายตาไม่ควรจดจ่อ จ้อง โทรศัพท์ หรือ อ่านหนังสือ บนรถนานๆ การจดจ่อบางสิ่งบางอย่างมากเกินไปจะทำให้อาการหนักกว่าเดิม

3.เปิดหน้าต่างรถ

เปิดหน้าต่างรับลม ทำให้อาการเวียนหัวน้อยลงการมองออกไปข้างหน้าไกลๆ ทำใจให้เย็น ตั้งสติ เพื่อให้ประสาทสัมผัสค่อยๆ ปรับตัวให้ลืมว่ากำลังจดจ่อกับอาการวิ่งเวียนหัว เปิดหน้าต่างรับลมเย็นให้รู้สึกสดชื่น และลืมไปเลย

4.ดื่มน้ำอัดลม หรือ ลูกอม

การจิบน้ำอัดลมสามารถช่วยลดอาการเมารถได้ ช่วยลดอาการมวลท้อง  เพราะน้ำอัดลมช่วยขับดันกรดในกระเพาะออกมาแต่ไม่ควรดื่มเยอะควรจิ๊บเป็นระยะๆ หรือ หาลูกอม รสชาติเปรี้ยวก็สามารถช่วยได้

5.การใส่แว่นสีดำเข้มๆ

หลายคนอาจยังไม่รู้ มีแว่นตาดำอันเดียวก็สามารถหายจากอาการเมารถได้ ไม่น่าเชื่อใช่ไหมค่ะ การใส่แว่นตาดำสีเข้มๆทำให้การมองเห็นได้ถูกปิดกั้นในระดับหนึ่ง จึงสามารถลดอาการเมารถได้ อาการเมารถเป็นอาการที่เกิดจากประสาทการทรงตัวทำงานไม่สมดุล แว่นดำลดอาการเมารถให้น้อยลงทั้งนี้ยังได้ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล

6.อย่าปล่อยให้ท้องว่าง

หากหิว ท้องว่าง จะยิ่งทำให้อาการเวียนหัวรุนแรงขึ้น หลายคนอาจเข้าใจว่ายิ่งกินยิ่งอวก หากไม่ได้กินอะไรเลยความจริงยิ่งทำให้อาการเวียนหัวเพิ่มขึ้น

7.ยาดม ยาหม่อง

ยาดม ยาหม่องมีสารระเหยและสารสกัดจากสมุนไพรหลายชนิด เช่น เมนทอล การบูร หากรู้สึกว่ากำลังคลื่นใส่ วิงเวียนศีรษะ ควรพกไว้ติดตัว ยาดม ยาหม่อง สิ่งเหล่านี้ช่วยคุณได้ช่วยคุณได้ ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศรีษะ กลิ่นหอมๆของสมุนไพรทำให้อาการบรรเทา รู้สึกดีขึ้น

Ketut Subiyanto

8.ทานยาแก้เมารถ หรือ นอนหลับ

หากรู้ตัวว่ามักมีอาการเมารถเป็นประจำ ก่อนเดินทางควรทานยาแก้เมารถ (Dimenhydrinate) ก่อนออกเดินทาง 20-30 นาที หากขับรถเองควรหลีกเลี่ยงเพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้เพราะยามีฤทธิ์ทำให้ง่วงมาก หากรู้ตัวแล้วว่าไม่ไหวจริงๆ ควรหลับตา หรือ นอนหลับไปเลย จะทำให้ร่างกายพักผ่อน และผ่อนคลาย

 

 

Categories
Blog

7 ผลไม้ ระบบขับถ่ายดีเวอร์ ผิวพรรณสวย วิตามินซีสูง

 

Trang Doan

7ผลไม้ ระบบขับถ่ายดีเวอร์ ผิวพรรณสวย วิตามินซีสูง

สวัสดีค่ะวันนี้ cutie มีสาระดีๆมาฝาก สำหรับหลายๆคนที่มีอยากมีผิวสวย ระบบขับถ่ายไม่ดี ผลไม้เหล่านี้ช่วยได้ค่ะแถมยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วย ผลไม้เหล่านี้ล้วนมีประโยชน์มากมายกับสุขภาพวันนี้เราจะมาแชร์กันค่ะ

1.มะขามสุก

kalice00

มะขามสุกนอกจากจะมีวิตามินซีสูงแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยในเรื่องผิวพรรณ ชะรอการเกิดริ้วรอย หากกินมะขามสุกช่วงเวลาที่ท้องว่าง แก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี มะขามสุกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยขับลมในลำไส้ กินไปด้วยดูทีวีไปด้วย รับรองว่าฟิน หรือ อยากเห็นผลเร็วท้องอึดมากๆให้นำมะขามไปคั้นเอาน้ำประมาณ 1 แก้วเติมเกลือนิดหน่อยแล้วดื่ม รับรองได้ผล

2.มะะกอสุก

Happy Patel

มะละกอสุก มีวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี ยังมีสพรรคุณที่ช่วยบำรุงผิวพรรณดูเปร่งปลั่ง ผิวสวยเวอร์ มะละกอสุกมีเอนไซม์ ช่วยย่อยอาหารได้อย่างดี เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี เพราะมีไฟเบอร์สูงช่วยในการย่อยอาหารดีเลิศ สำหรับคนที่ท้องอึด ระบบขับถ่ายไม่ดี หามาทานด่วนค่ะ

3.สับปะรด

Karolina Grabowska

สับปะรดอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน ช่วยแก้อาการท้องผูกบางมื้อหิวจัด จัดหนัก กินเยอะมาก รู้สึกแน่นท้องอึดอัด สับปะรดช่วยได้ เมื่อรับประทานสับปปะรดจะรู้สึกได้ว่าสบายท้อง ไม่รู้สึกอึดอัด สับปะรดเป็นอีกตัวช่วยในการย่อยเป็นอย่างดี

4.ฝรั่ง

Amirul Islam

ฝรั่งช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ปกป้องผิวหนังจากอนุมูลอิสระต่างๆ มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 5 เท่า ช่วยรักษาผู้ที่เลือดออกตามไรฟันได้เป็นอย่างดี ผู้ที่มีปัญหากระจกตาเสื่อม และ ผู้ที่น้ำตาลในเลือดสูงควรทาน เป็นผลไม้ที่ไม่มีคอเรสเตอรอล กินแล้ว Super healthy

5.ส้มโอ

Phoenix Han

ส้มโอเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะ ผล ใบ เปลือก เม็ลด ในเนื้อส้มโอมีใยอาหารที่สูง ช่วยบรรเทาอาการผู้ที่ท้องผูก ท้องอึด ท้องเฟ้อ ระบบขับถ่ายไม่ดีได้เป็นอย่างดีี วิตามินซีสูง กินแล้วสดชื่นกระปี่กระเป่า อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในร่างกายได้ แก้อาการผู้ที่เมาสุรา รสชาติอร่อยเปรี้ยวถูกใจสาวไทย

6.ผไม้ตระกูเบอรรี่

Brooke Lark

หลายๆคนคงทราบดี ตระกลูเบอรรี่ นอกจากจะเด่นในเรื่องบำรุงสายตาและสมอง ผลไม้ตระกลูเบอรรี่ยังมีไขมันต่ำ แต่ให้พลังงานสูง ที่สำคัญ มีไฟเบอร์ที่ช่วยให้ระบบการย่อยของอาหารดี๊ดีอีกด้วย

7.เสาวรส


Michael Kucharski

เสาวรส เป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอร่อย บางคนนิยมนำมาปั่นเป็นน้ำผลไม้ เสาวรสอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุรวมอยู่หลายชนิด เป็นตัวช่วยดีท็อกซ์ล้างไส้ล้างพุงอย่างดีเยี่ยม ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยในการชะลอวัย มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ น้ำเสาวรสยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นอีกด้วย

 

 

Categories
Blog

10 วิธีลดน้ำหนัก เห็นผล ไม่เกิน14วัน ไม่ง้อยาลดความอ้วน

 

 

Bill Oxford

10 วิธีลดน้ำหนัก เห็นผล ไม่เกิน14วัน ไม่ง้อยาลดความอ้วน

1. อย่าอดมื้อเช้า 

รับประทานอาหารเช้าที่มีโปรตีนสูง การงดอาหารเช้าจะไม่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ คุณอาจพลาดสารอาหารที่จำเป็น และอาจต้องกินของว่างมากขึ้นตลอดทั้งวัน เพราะคุณรู้สึกหิว

มื้อเช้า : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เมล็ดเจีย ผลไม้ โรยกราโนล่าหรืออัลมอนด์  ไข่ข้าวโอ๊ตถั่ว และ เนยโจ๊กเมล็ด วินัวปลาซาร์ดีน หรือ พุดดิ้งเมล็ดเจีย เลือกกินข้อใดข้อใดข้อหนึ่ง

มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง ผักต้มไม่จำกัดจำนวน ใส่เกลือน้อย ๆ หรือ อกไก่ อาจจะกินคู่กับ มะเขือเทศ หรือ แครอทต้มอีกสักนิดก็ได้เช่นกัน

Daria Shevtsova

2. กินอาหารเย็นที่มีแคลอรีต่ำ

อาหารมื้อเย็น เป็นมื้อทำให้อ้วนง่ายมากที่สุด ควรเลือกอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ เช่น

1.สลัดทูน่า 140 แคลอรี่ หรือ สลัดไก่ 120 แคลอรี่

2. ข้าวเหนียว 1 ห่อ 150 แคลอรี่ + ส้มตำไทย 1 จาน 55 แคลอรี่ = 205 แคลอรี่

3.ผลไม้และโยเกิร์ต หรือ ปลาย่างหรือไก่ย่าง

เลือกกินข้อใดข้อใดข้อหนึ่ง

Travis Yewell

3. รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง

อาหารที่มีไฟเบอร์จำนวนมากสามารถช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มซึ่งเหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก ไฟเบอร์พบได้เฉพาะในอาหารจากพืช เช่น ผลไม้ และ ผักข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลเกรน ข้าวกล้องพาสต้า ถั่ว ถั่วลันเตา และ ถั่วเลนทิล

4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง

ในทุกๆวัน คงปฏิเสธเมนูยอดฮิตไม่ได้ ชานมไ่ข่มุก กาแฟ น้ำอัดลมเย็นๆกินแล้วชื่นใจจริง แต่รู้ไหมเมนูเหล่านี้ควรลดให้มาก หรือ งดไปเลย ห้ากต้องการลดน้ำหนักจริงๆ เพราะน้ำตาลคือคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ซึ่งจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมในร่างกาย น้ำตาลคือ หนึ่งสาเหตุของความอ้วนที่เห็นผลชัดมาก

Jisu Han

5. กินผักในทุกมื้อ

ซึ่งการเพิ่มผักใบเขียว หรือ ไฟเบอร์เข้าไปในทุกมื้ออาหารจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราดีขึ้น และช่วยให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดี ถ้าระบบย่อยดีขับถ่ายคล่อง รับรองว่าพุงหายกินผักทุกวันนั้นมีประโยชน์

6. ดื่มน้ำมาก ๆ 

การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่วัน ควรดื่ม 8 แก้วต่อวัน หรือ 2 ลิตร ในปริมาณที่เพียงพอแค่ไปทดแทนส่วนที่สูญเสียไปใน แต่หากคุณต้องการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพที่ดี คุณควรดื่มน้ำมากกว่า 2 ลิตรต่อวัน หรือ อีกวิธี หากตื่นนอนตอนเช้าให้ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมน้ำมะนาวครึ่งลูก ช่วยดีท็อกลำไส้แถมพุงยุบอีกด้วย

Manki Kim

7. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อสุขภาพมาก การอดนอนจะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เราอ้วนขึ้น บางครั้งสงสัยทำไมเราอ้วนขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากการอดนอน ควรนอนไม่เกินสี่ทุ่ม ควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาล และควบคุมการสะสมไขมัน ส่งผลให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้น

8. งดอาหารขยะ

อาหารขยะ หมายถึง อาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีพลังงานที่สูง ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต ไขมัน หรือโซเดียมในปริมาณมาก หากรับประทานบ่อยครั้งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา

อาหารขยะประกอบด้วย อาหารหวานคาว ของทอด ขนม ลูกอมรสหวาน เครื่องดื่มน้ำอัดลมต่างๆ ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง
ตัวอย่างเช่น ลูกอม ขนมขบเคี้ยว มันฝรั่งทอด เป็นต้น หากช่วงที่กำลังลดน้ำหนักควร งด และ ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หากมีวินัยในการกิน ความคุมน้ำหนัก รับรองพุงหายไม่กลับมาอีกแน่นอน

9. อ่านฉลากอาหาร

การรู้วิธีอ่านฉลากอาหาร สามารถช่วยให้คุณเลือกทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพได้ การเช็คข้อมูลแคลอรี่เพื่อดูว่าอาหารชนิดใดเหมาะสมกับปริมาณแคลอรี่ประจำวันของคุณ เพื่อในแผนการลดน้ำหนัก

Cameron Venti

10. ออกกำลังกาย

มีความกระตือรือร้นมากขึ้น  มีความพยายาม มุ่งมั่นตั้งใจ เพราะความพยายาม  ความตั้งใจ คือสิ่งสำคัญในการลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย ยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินที่คุณไม่สามารถสูญเสียไป จากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวได้อีกด้วย วิ่ง อย่างน้อยวันละ 20-30 นาทีอย่างสม่ำเสมอ หากเดิน เดิน เเต่เพิ่มความเร็วในการเดิน ว่ายน้ำ เป็นเวลา 15 นาที และ กระโดดเชือก 20 นาที เลือกข้อใดข้อหนึ่ง และทำอย่างสม่ำเสมอ

 

 

 

 

 

Categories
Blog

ผมทรงไหนเหมาะกับใบหน้าคุณ 7 แบบ

 

cutiebras

สาวหลายคน อยากจะเปลี่ยนทรงผม อยากลองเปลี่ยนลุค ตัดหน้าม้า ผมตรง ยาว ดัดลอน  ผมสั้น ผมบ็อบ แต่ไม่รู้จะตัดผม หรือ ทำผมทรงไหนดีให้เข้ากับใบหน้าตัวเอง วันนี้ทาง cutie มีวิธีมาแนะนำสาวๆว่าลุคไหนเหมาะสมกับใบหน้าคุณ

cutiebras

1. ใบหน้ารูปหัวใจ : ทรงผมสไลซ์ดัดลอน

สาวๆที่มีหน้ารูปหัวใจ จะมีใบหน้าลักษณะ หน้าผากกว้าง คางค่อนข้างแหลม ควร ตัดผมหน้าม้า หรือ หน้าม้าปัดข้าง เพื่ออำพรางหน้าผาก ไม่ควรตัดผมสั้นมากจนเกินไป แต่ถ้ายาวประบ่าควรทำม้วลลอนนิดหน่อยจะดูสวยงามมากคะ

ควรหลีกเลี่ยงการตัดผมสั้นเหนือคางขึ้นไป เพราะยิ่งไปเน้นให้เห็นรูปหน้าอย่างชัดเจนและดูไม่สวย

cutiebras

2. ใบหน้ารูปไข่ : ทรงผมยาวตรง และเหมาะกับทุกๆทรงผม

ส่วนสาวๆที่มีใบหน้ารูปไข่ ถือว่าโชคดีเลยคะ เพราะว่ามีใบที่สวยงามสาวๆหลายคนใฝ่ฝันที่จะมีใบหน้าเเบบนี้ เพราะสามารถตัดผมได้ทุกๆทรง ไม่ว่าจะผมสั้น ผมยาว ทำลอน ผมบ็อบ หรือทรงที่แปลกใหม่ สามารถทำได้ตามใจเลยคะ น่าอิจจฉาสาวๆหน้ารูปจัง

แต่มีข้อระวัง ห้ามตัดผมหน้าม้าแบบหนาๆ เพราะจะทำให้หน้าดูเหลี่ยมและดูบวมขึ้นมาทันที

cutiebras

3. ใบหน้ายาว : ทรงผมสั้นตัดหน้าม้า 

สาวที่มีใบหน้าที่ยาว อาจกังวลและคิดว่าใบหน้าไม่สวย ไม่รู้จะตัดผมทรงไหนดี กลัวไม่เหมาะกับใบหน้า ที่จริงแล้ว สาวที่มีใบหน้ายาวถือว่าเป็นสาวที่มีใบหน้าสวย แต่ต้องตัดให้เหมาะแก่ใบหน้า นั่นคือ ทรงผมหน้าม้านั่นเอง การตัดผมหน้าม้า ทำให้ใบหน้าดูสั่นลง หน้าม้าช่วยปิดหน้า ควรตัดผมประมาณบ่าไหล่ ไม่ควรยาว และสั่นเกินไป

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่ใครตัดสั้นจนถึงหู และไม่ควรไว้ผมยาวมากเกินไป

cutiebras

4. ใบหน้ารูปกลม : ทรงผมสไลซ์ดัดวอลุ่ม 

มาถึงสาวๆแก้มป่อง หรือ สาวๆที่มีใบหน้ารูปกลม น่ารักดีคะ ทรงผมที่สามารถปกติดแก้มได้คือ ตัดผมที่มีความยาวตั้งแต่คางลงไป ผมบ็อบหน้ารักๆ หรือ สไลซ์ดัดวอลุม   ผมระดับบ่าไหล่ หรือ ผมยาว  ที่สามารถปกปิดแก้มป๋องๆได้

ข้อควรระวัง ห้ามทำผมสั้นลอนเล็กๆ หยิกโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ใบหน้าดูกลมมากขึ้น

cutiebras

5. ใบหน้ารูปสามเหลี่ยม : ทรงผมบ็อบตรงตัดหน้าม้า 

สาวที่มีรูปหน้าสามเหลี่ยม โดยลักษณะส่วนใหญ่หน้าผากจะมีลักษณะ แคบ และคางเเหลม ทรงผมที่เหมาะแก่สาวลักษณะนี้คือ ตัดผมหน้าม้า หรือ ทำให้หน้าม้ามีวอลุ่ม หรืออีกทรง การตัดผมบ็อบบ่าไหร่

ทรงผมที่ห้ามคือ การไว้ผมยาวแบบสไลซ์ หรือ ทุกทรงที่ไสลซ์ เพราะทำให้เห็นใบหน้าสามเหลี่ยมเด่นชัดมากขึ้น

cutiebras

6. ใบหน้ารูปเพชร : ทรงผมบ็อบสไลซ์ หรือบ็อบเท 

ลักษณะเด่นขของสาวๆลักษณะนี้คือ คางยาวแหลม หน้าผากแคบ โหนกแก้มเด่นชัดเจน ดังนั้นทรงผมที่เหมาะแก่สาวทรงนี้คือ ตัดผมสั้น สไลซ์ ซอย เพื่อปกปิดอำพรางโหนกแก้ม หรือ มัดรวบตึงเลยก็ดีคะ

ข้อควรระวัง หลีกเลี่ยงการไว้ผมยาวตรง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูตอบ

cutiebras

7. ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมจตุรัส : ทรงผมยาวดัดลอนคลื่น

มาถึงสาวๆที่มีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม บางคนอาจไม่ชอบดูไม่สวย แต่ แต่ สำหรับต่างชาติมองว่าสาวๆใบหน้าลักษณ์นี้ใบหน้ามีความเก๋ มีเอกลักษณะ และมองว่าสวยงามมาก อย่าได้แคร์ สวยในแบบของเราเชื่อมั่นในความสวยคะ สำหรับสาวๆที่ไม่มีความมั่นใจทรงผมช่วยได้ค่ะ  การไว้ทรงผมยาวดัดลอนคลื่น การซอยหน้าม้าแบบมีเลเยอร์ หรือการซอยผมม้าปัดข้าง เพิ่มความเก๋ให้กับใบหน้า

ส่วนทรงผมที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ การตัดผมหน้าม้าตรง เพราะจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมชัดเจน

 

Categories
Blog

เสื้อผ้าเหม็นอับ สาเหตุเกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไข

เสื้อผ้าเหม็นอับ สาเหตุเกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไข

หลายๆคนคงเจอกับปัญหา การซักผ้า ผ้าเหม็น ผ้าอับชื้น โดยเฉพาะหน้าฝน ผ้าไม่ทันแห้ง ฝนตกเทลงมาอย่างหนัก ยิ่งตากผ้าในที่ไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ผ้ายิ่งมีกลิ่นเหม็นอับมาก อาจส่งผลตามมา อาการคัน โรคผิวหนัง และอาจเกิดเชื้อราตามมา เมื่อสวมใส่เสื้อผ้ามีกลิ่นอับชื้น ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง และคนรอบข้าง

engin akyurt

ซึ่งปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับเป็นปัญหาใหญ่ของเราเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นเราก็ควรหาทางสาเหตุและแก้ไขปัญหาด้วยวิธีเหล่านี้กันเลยค่ะ วันนี้ cutie จะมาบอกวิธีการขจัดความเหม็นอับ ทำอย่างไรไม่ให้ผ้ามีกลิ่นอับชื้นกัน

สาเหตุ

1.การหมักผ้าที่ปั่นเสร็จแล้วไว้ในเครื่องซักผ้าข้ามคืน

สาเหตุแรกๆหลายๆคน ซักผ้าแล้วทำอย่างอื่นไปด้วย จนลืมไปว่า ผ้ายังไม่ได้ตากบางครั้งจนผ้าแห้งในเครื่องซักผ้า ข้ามคืน เมื่อนำมาตาผ้ามีกลิ่นอับมาก ต้องเสียเวลาซักอีกใหม่อีกครั้ง

2. ไม่ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า

หลายคนอาจไม่รู้สาเหตุของกลิ่นอับชื้น  และ เสื้อผ้ามีกลิ่น สาเหตุหนึ่งเกิดจากเครื่องซักผ้า หากไม่ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเลย เครื่องซักผ้าอาจคราบสิ่งสกปรก มีเชื้อราสะสมอยู่เป็นเวลานาน ไม่ดีต่อสุขภาพ ฉะนั้นเราควรทำความสะอาดกันคะ

วิธีทำความสะอาดง่ายๆเลย เชื่อว่าหลายๆบ้านคงมีน้ำส้มสายชูติดบ้านแน่นอน ใคร ง่ายๆเลยแนะนำให้เทน้ำส้มสายชู 1ถ้วย เทลงในเครื่องซักผ้า หลังจากนั้นสามารถทำความสะอาดเครื่องซักผ้าได้ปกติ และล้างจนหมดกลิ่น แล้วสามารถล้างได้ตามปกติ หรืออีกหนึ่งวิธี อาจเทน้ำส้มสายชูพร้อมๆกับการซักผ้า

3.ผ้ายังไม่แห้งสนิท

หลายๆคนรีบๆเก็บผ้า การเก็บผ้าพับเข้าตู้ทั้ง ๆ ที่ผ้ายังแห้งไม่สนิทดี ทำให้ผ้า มีกลิ่นเหม็นอับ  เสื้อผ้าเหล่านั้นมีแบคทีเรียสะสมและทำให้เสื้อมีกลิ่นเหม็นอับเพิ่มมากขึ้น ฉีดน้ำหอมก็แล้ว ยิ่งมีกลิ่นเหม็นอับมากขึ้น เสียความมั่นใจนะคะทุกคน

วิธีแก้ไข

1.เบคกิ้งโซดา  ใช้เบคกิ้งโซดาสัก2ช้อนชา ใส่ลงไปพร้อมน้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอก

2.แช่น้ำส้มสายชูผสมน้ำ สำหรับผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับมากๆ อาจไม่หมดในครั้งเดียวแต่เป็นตัวช่วยได้เยอะมากๆ

3.ใช้เครื่องอบผ้าแทนในช่วงที่ฝนตกบ่อย โดยส่วนมากแล้ว เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับชื้นส่วนมาก ผ้ายังไม่แห้งสนิท แต่รีบเก็บก่อน เพราะกลัวฝนจะเทลงมา ยิ่งช่วงฝนตกติดต่อกันหลาย ๆ วันด้วย ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เสื้อผ้าตัวหนา ๆ จะมีกลิ่นอับเพิ่มมากขึ้น


Vidar Nordli-Mathisen

4.ตากเสื้อผ้าให้โดนแดดและลมโกรก

เสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้ว นำไปตากแดด  ควรตากแดดรำไร หากตากในที่ร่มแดดส่องเล็กน้อย  ถ้าเป็นผ้าหนาก็ตากแดดเต็มที่  ไม่ควรให้เสื้อผ้าตากแดดทั้งวันและนานเกินไป  ผ้าอาจสีซีดได้ หรือ ถ้าไม่สามารถตากแดดได้ ก็ควรแขวนผ้าให้มีระยะห่าง และ แขวนในที่ ๆ มีลมผ่าน เช่น ริมหน้าต่าง ริมระเบียง ที่ๆอากาศสามารถถ่ายเทสะดวก

5.นำเอาผ้าไปต้ม

ผ้าเหม็นอับซักเสร็จแห้งแล้ว แต่ผ้ายังมีกลิ่น ไม่หาย ให้ต้มน้ำใหเดือด ปิดไฟ นำผ้าที่มีกลิ่นเหม็นอับใส่ แช่สักพักประมาณ 20-30 นาที  บิดให้แห้งที่สุด สบัดแล้วตาก แค่นี้กลิ่นหายเกลี้ยงเลย

6.เลือกผงซักฟอกทีลดกลิ่นอับ

หากเสื้อผ้ามีกลิ่นอับ เสื้อผ้าไม่มีแสงแดดเพียงพอ ควรเลือกผงซักฟอกสูตรที่ลดกลิ่นอับได้ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคนที่ไม่มีเวลา ในการซักผ้า สามารถบรรเทากลิ่นไม่พึงประสงค์