Categories
Blog

5ผลเสีย นอนหลับทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอาง

freestocks

รู้ไหมว่า ทำไมต้องล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอน การล้างเครื่องสำอางก่อนนอนเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะขณะนอนหลับผิวหน้าจะฟื้นฟูในขณะที่เรานอนหลับ หากไม่ล้างหน้าจะเกิดความเสียหายหลายอย่างตามมา

1.ขอบตาดำเหมือนหมีแพนด้า

หากสาวๆที่ชอบกรีดตา ปัดมาสคาร่าไม่ได้ล้างหน้าก่อนนอน ตื่นเช้ามาอาจตกใจ เพราะขอบตาดำเหมือนแพนด้า

2.สิวอุดตัน

นี้คือข้อเสียมากๆ จากการไม่ล้างเครื่องสำอาง ก่อนนอนเลยแหละ เนื่องจากเครื่องสำอาง ส่วนมากมีส่วนผสมที่มีน้ำมัน หากสาวๆแต่งหน้าตลอดทั้งวัน และไม่ได้ล้างหน้าก่อนนอน ผลตามมาคือสิวอุตตันตามมา หากตอนกลางคืนไม่ล้างเครื่องสำอางออก หน้งจะพังนะจะสาวๆ

3.ผิวแห้งแก่ก่อนวัย

การไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน จะทำให้มีสารเคมีตกค้างที่ใบหน้า ทำให้สภาพผิวถูกทำลาย จากการแต่งหน้านานๆ  หากแต่งหน้าตั้งแต่ตอนเช้า ในตอนกลางคืนไม่ได้ล้างหน้า ผิวหน้าไม่ได้ได้รับการพักผ่อน ผิวไม่นุ่มชุ่มชื้น ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย ทำให้ผิวหน้าแย่และแก่ก่อนวัยอันควร

4.เครื่องสำอางเลอะที่นอน

สาวๆที่แต่งหน้าจัด จัดเต็มตลอดทั้งวัน สาวๆบางคนเหนื่อยและหลับ โดยที่ไม่ได้ล้างหน้าก่อนนอน รู้ไหมว่า หากไม่ล้างหน้าก่อนนนอน จะทำให้เครื่องสำอาง จากใบหน้าเลอะหมอน จากมาสคาร่า ทำให้หมอน สกปรกและทำให้ใบหน้าเกิดสิวตามมา

5.ผิวหมองคล่ำ

หากนอนหลับโดยไม่ล้างเครื่องสำอาง  ผิวหน้าจะเกิดความหมองคล่ำ ผิวดูหมองคล้ำ ดูเมื่อยล้า เมื่อตื่นขึ้นมา ผิวหนังเหมือนขาดอากาศหายใจ ดูหน้าไม่สดใส

yunona uritsky

การล้างหน้าก่อนนอนนั้นสำคัญมากๆ สาวๆอย่าลืมล้างหน้าก่อนนอน เพราะจะทำให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้น และ ช่วยให้ผิวได้พักผ่อน  ขจัดสิ่งสกปรกออกจากใบหน้าก่อนนอน และทำให้หลับสบาย ไร้กังวลอีกต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

Categories
Blog

7ประโยชน์ จากการอ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน

Andrea Piacquadio

ก่อนเข้านอนในทุกๆวัน คุณแม่หยิบนิทานมาอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน อย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป เปร่งเสียงอันไพเราะให้ลูกๆได้ฟัง ไม่ว่าจะกล่อมนอน เล่าสนุกสนาน เล่าตามภาพ การอ่านหนังสือในทุกๆวันนั่น จะสามารถช่วยให้ลูกๆ ได้เรียนรู้คำศัพท์ต่างๆได้เร็วขึ้น และทำให้ลูกได้เรียนรู้ ทำให้เด็กรักการอ่านมากขึ้น การสื่อสารเป็นสิ่งที่จำเป็น หากรู้รักการอ่านเด็กๆจะอยากรู้มากขึ้น ปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านกันค่ะ

1.จดจำคำศัพท์ได้เร็วขึ้น

การอ่านหนังสือก่อนนอน พร้อมภาพประกอบจะทำให้เด็กได้เรียนรู้ คำศัพท์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น ในหนังสือแต่ละเล่มเรื่องราวจะแตกต่างกันออกไป ภาพและคำศัพท์เหล่านั้นจะช่วยให้เด็กจำคำศัพท์มากขึ้น

2.มีพัฒนาการทางอารมย์

การอ่านหนังสื่อกับลูก ยังสามารถพัฒนาการทางอารมณ์ลูกน้อยอีกด้วย อาจจะมีภาพประกอบ ภาพการ์ตูน สัตว์ต่างๆ ให้ลูกได้แสดงความรู้สึก อารณ์ต่างๆกับภาพนั้นๆ

3.ส่งเสริมการสนทนามากขึ้นสื่อสารที่เร็วขึ้น

การอ่านหนังสือก่อนนอน จะช่วยให้เด็กสามารถสื่อสารได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการพูดคุย สร้างประโยคคำถามต่างๆ สนุกกับลูก เด็กจะเรียนรู้ได้เร็วเนื่องจาก ได้ยิน ได้ฟังเสียงเป็นประจำ การฝึกการอ่านออกเสียงบ่อยๆจะเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆ ให้กับลูกน้อย เด็กจะซึมซับและเรียนรู้ ภาษากาย การฟัง คุณแม่ควรพูดคุณกับลูกบ่อยๆเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่เร็วขึ้น

4.มีความรู้เอาใจใส่มากขึ้น

ก่อนนอนทุกคืนพาลูกน้อยอ่านหนังสือ ทุกๆวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที ลูกน้อยจะซึมซับ ภาษาพูดทุกวันๆ เด็กจะมีความอยากรู้เพิ่มขึ้น เป็นประโยชน์กับลูกอย่างมาก เด็กจะสามารถตอบคำถาม และแก้ไขปัญหาจากการฟังนิทาน เด็กจะมีนิสัยและทักษาะการใส่ใจ เขาจะสนใจใส่ใจมากขึ้น เด็กจะรู้หน้าที่ทุกคืนก่อนนอน จะได้ฟังนิทานสนุกๆกับพ่อแม่

5.เพิ่มจินตนาการของเด็ก

อ่าการหนังสือทุกคืนก่อนนอนนั้น จะช่วยเพิ่มจินตนาการให้ลูกน้อยเป็นอย่างดี เด็กจะสามารถจำคำศัพท์ และจำภาพสัตว์ และสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น เด็กจะสามารถจิตนาการวาดภาพ สิ่งต่างๆออกมาก เล่าเรื่องราวที่เขาได้อ่าน ได้พบในหนังสือ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ตัวลูกมาก นอกจากนี้ เด็กยังจิตนาการอยู่ในโลกแห่งการเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็นมากขึ้น

6.ช่วยให้ผ่อนคลาย

อ่านหนังสือก่อนนอน นอกจากจะได้ความรู้ยังสามารถช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย ทำให้เด็กคิดและจินตนาการ มีความคิดความฝันในจิตนาการก่อนนอน มีความผ่อนคลายและหลับฝันดี

7.ปลูกฝังให้รักการอ่าน

เมื่อลูกได้เรียนรู้อ่านหนังสือก่อนนอนทุกคืน จะปลูกฝั่งให้เด็กรักการอ่าน และทำจนเคยชินจนเป็นนิสัย และก่อนนอนลูกจะอยากอ่านหนังสือก่อนนอนทุกคืน และจะทำให้การเขียนที่ง่ายขึ้น

Lina Kivaka

ควรอ่านหนังสือก่อนนอนกับลูก 2-7ปี

  •   เป็นช่วงที่พร้อมสำหรับการเรียนรู้ อารมณ์ ความคิด นิสัย
  • เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จะทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ถือเป็นปีทองของเด็ก เด็กกำลังอยากเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็นสิ่งต่างๆ ควรปลูกฝังให้รักการอ่านจากช่วงเวลานี้ และทำจนเกิดเป็นนิสัยให้รักการอ่าน
  • เปิดประสบการณ์โลกกว้าง ทำให้เด็กมีจินตนาการ เรียนรู้ว่ามีหลายสิ่งอย่างอย่างที่ต้องเรียนรู้ ในโลกนี้มีสิ่งต่างๆมากมายที่เรายังไม่ได้พบเจอ  และสามารถเรียนรู้ได้จากหนังสือ
  • ทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการจากภาพ สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆได้

 

 

 

 

Categories
Blog

5 เหตุผลทำไมพ่อแม่ถึงด่าลูก วิธีรับมือ

Pixabay

5 เหตุผลทำไมพ่อแม่ถึงด่า

แต่ละครอบครัวจะมีวิธีเลี้ยงที่แตกต่างกันออกไป แต่อาจมีหลายครอบครัวที่บ่นด่าลูก เพื่อหวังให้ลูกเชื่อฟัง และเผลอทำร้ายจิตใจลูกโดยไม่รู้ตัว ใครๆก็อยากให้ลูกได้ดี แต่วิธีการที่แสดงออกบางครั้งอาจไม่ถูกต้อง ในความคิดพ่อแม่  เพื่อให้ลูกทำได้ดี และเป็นการกระตุ้นเด็กให้รู้จัก เรียนรู้ และรู้จักรับผิดชอบ ทำหน้าที่ของตนเอง แต่สำหรับลูกลูก เราเป็นเด็กโง่ ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง เป็นลูกที่แย่ พ่อแม่ ไม่รักเรา? ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง

หลายครอบครัวพ่อแม่อาจคิดว่า การบ่น การด่าลูก เป็นการกระตุ้นให้ลูกรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ตนเอง แต่หารู้ไม่ นี้อาจเป็นวิธิที่ทำให้ลูก รู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ ไม่อยากสู้ ทำให้ลูกรู้สึกกลัว และทำให้รู้สึกต่อต้าน ส่งผลลบต่อจิตใจ ควรชมลูกเมื่อลูกทำดี อย่ามีแต่คำด่าอย่างเดียว

1.เข้าสู่วัยทอง

หลายคนอาจไม่เข้าใจพ่อแม่ ชอบด่า ชอบบ่น ทำอะไรหงุดหงิดอารมณ์ขึ้นลง ควบคุมอารณ์ตนเองไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจจะอารณ์ขึ้นลงมากๆ ในช่วงอายุ 45-55 ปีผู้หญิงจะเข้าสูงวัยทอง วัยที่หมดประจำเดือนแล้ว ลูกๆควรทำความเข้าใจว่า พ่อแม่เข้าสู่วัยทองแล้ว

2.ยอมรับพ่อแม่ไม่สมบูรณ์แบบ

เชื่อว่าหลายๆครอบครัว อาจไม่มีความสมบูรณ์แบบ อาจเพราะวัยเด็กอาจเคยถูกกระทำมาและ เกิดความฝังใจ ยังไม่พร้อมที่จะให้ความรักที่ดีแก่ลูก ด่าลูกประชดประชัน ด่าหยาบคาย หรือ อาจลงมือทำร้ายร่างกายลูกเพราะความโกรธ ลูกควรตั้งสติและ ทำใจยอมรับมัน ทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เรียนรู้และทำความเข้าใจ ไม่ใส่ใจคำพูดนั่นมากนักจะบันทอนจิตใจ อย่าถือสา

3.อย่าด่วนสรุปว่าตัวเองผิด

หลายคนหลังจากที่โดนพ่อแม่ บ่นด่า จนคิดว่าตัวเองผิดเสมอ เป็นคนไม่ดี รู้สึกเก็บกด ไม่อยากอยู่ไกล้พ่อแม่ เกิดความสะสมไ่ม่ชอบพ่อแม่ เป็นลูกที่ไม่ดี ตัดสินว่าตัวเองเป็นคนเลว และทำเกิดการการสะสมขึ้นเรื่อยๆ วันหนึ่งอาจเกิดการทะเลาะที่รุ่นแรง เพราะเกิดจากเครียด สะสม นี่คือสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นกับ มีปัญหาควรพูดคุยกันตรงๆและรับฟังเหตุผลไม่ใช้แต่อารมย์

4.เงียบและคิดไตร่ตรอง

หากทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันอย่างรุ่นแรง ไม่มีใครยอมใคร ผลที่ตามมามีแต่ความโกรธ และโมโห ลองถอยออกมาคนละก้าว คิดและไตร่ตรองว่า สิ่งที่เราทำมันผิดจริงไหม และเมื่อใจเย็นแล้วค่อยปรับความเข้าใจกัน

5.หาทางออก หาที่ปรึกษา

เวลาที่มีปัญาหาทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่สบายใจ หาทางออกให้กลับตัวเองไม่ได้ ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว ควรหาทางออก ปรึกษาใครสักคนที่เราสบายใจ เพราะเก็บไว้มากๆจะส่งผลต่อสุขภาพจิตใจได้  เชื่อว่าเมื่อใจเย็นลง จิตใจจะดีขึ้นด้วย

 

Categories
Blog

10 อาหารเช้าสำหรับเด็กเบื่อข้าว เมนูน่ากิน และมีประโยชน์

Amy Roy

อาหารเช้าเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่ว่าจะเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ แต่เด็กมีการเจริญเติบโตที่เร็วมาก เด็กควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน แต่เด็กๆบางคนกินยาก และชอบเบื่อข้าว กว่าจะป้อนได้แต่ละคำ วิ่งซุกซนรอบบ้าน วันนี้เรามีเมนูอาหารเช้าที่น่ารัก ทำง่าย เด็กๆเห็นแล้วชอบ และมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

1.มักกะโรนี

Hermes Rivera

ส่วนผสม

  • มักกะโรนี 1 ถ้วย
  • กระเทียมสับ 2 กลีบ
  • ไข่ไก่ 1 -2 ฟอง
  •  ต้นหอมซอย 1 ต้น
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  •   น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

2.ขนมปังโฮลวีต+อโวคาโด+ไข่

Trang Doan

ส่วนผสม

  • อโวคาโด 1 ลูก
  • เกลือหิมาลายัน เม็ดสีชมพู ใส่นิดหน่อย
  • พริกไทยดำ ใส่นิดหน่อยเพิ่มสีสันต์  (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • มะนาวครึ่งลูก
  • ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น
  • ไข่ไก่ 1 ฟองต้มสุก

วิธีทำ

1.นำอโวคาโดสุกมาบดให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน

2.ใส่เกลือเกลือหิมาลายัน เม็ดสีชมพู ใส่นิดหน่อย เพราะเกลือตัวนี้ไม่เค็มมาก แถมอร่อยด้วย พริกไทยดำ ใส่นิดหน่อยเพิ่มสีสันต์ บีบมะนาวใส่ครึ่งลูก ชิมรสชาติตามใจชอบ

3.ปิ้งขนมปังให้กรอบ

4.นำไข่ไก่ที่สุกแล้วผ่าครึ่งให้สวยงาม

5.นำอโวคาโดที่ทำไว้ปาดลงขนมปังปิ้งร้อนๆ และนำไข่ที่ผ่าครึ่งมาวาง

หากเด็กๆไม่ชอบพริกไทย ไม่ใส่ก็ได้ ทำตามใจชอบเลยค่ะ เมนูง่ายๆที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงๆ

3.ไข่ดาว+ไส้กรอก +น้ำส้ม

cottonbro

ส่วนผสม

  • ไส้กรอก 2-3 ชิ้น
  • ซอสมะเขือเทศ 1ช้อนโต๊ะ
  • ส้ม 3-4 ลูก
  • เกลือ นิดหน่อยตามใจชอบ
  • เนย 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1.ตั้งไฟ ละลายเนย โดยใช้ไฟอ่อนๆ

2.ตอกไข่ใส่กระทะ ใส่แม่พิมพ์เพื่อเพิ่มความน่ารักและน่าทาน หากไม่มีก็ไม่เป็นไร

3.ใช้เวลาทอด 2-3 นาที เช็ดดูว่าไข่สุดหรือยังให้เขย่ากระทะเบาๆหากไข่แดงสั่นไปมาแสดงว่ายังไม่สุก หากไข่สุกแล้วเสร็จแล้วปิดไฟ ตักพักไว้

4.นำไส้กรอกที่เตรียมไว้หั่นเป็นลายขวา เพื่อให้สวยงาม

5.ใช้เวลา 2-3 นาทีทอดเช่นกัน เช็คดูว่าฮอทดอกสุกไหม ไม่ควรทอดนานเกินไปจะทำให้ฮอทดอกไหม้

6.นำส้มมาผ่าครึ่ง และ คั้นเอาแต่น้ำ เตรียมใส่แก้ว

7.นำทุกอย่างมาเตรียมจัดใส่จาน  ตกแต่งให้น่ารัก พร้อมใส่ซอสมะเขือเทศตามใจชอบเลย

 

4.สปาเก็ตตี้กุ้ง

solod_sha

ส่วนผสม

  • เส้นสปาเก็ตตี้เส้นยาว
  • กุ้ง 20 ตัว
  • เนย
  • นม

วิธีทำ

1.ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำเส้นสปาเกตตี้ไปต้มให้สุก ใส่เกลือนิดหน่อย จับดูหากเส้นนิ่มแล้วก็ตักขึ้นมาพักไว้

2.ตั้งกระทะ ใส่เนยลงไป และตามด้วยกุ้ง ผัดจนสุกแล้ะเข้ากัน

3.ตามด้วยเส้นสปาเก็ตตี้ที่เราพักไว้ เทใส่กระทะเลย

4.ใส่นมสดยี่ห้อไหนก็ได้ตามที่เราชอบ เสร็จแล้วตักใส่จาน พร้อมทานได้

 

5.ซีเรีย+นม

engin akyurt

ส่วนผสม

ซีเรีย 1  ถ้วย

นมจืด 1  กล่อง

วิธีทำ

1.เทนมจืดใส่ถ้วยที่เตรียมซีเรียไว้ หรือ บางคนชอบนมจืดเย็นไว้จะรู้สึกอร่อยกว่า

2.คนนมจืด และ ซีเรียลให้เข้ากัน กินได้แล้วค่ะ

 

6.ต้มจืดหมูสับ

Cook Eat

ส่วนผสม

  • เต้าหู้ไข่ 1 อัน
  • คนอร์ก้องปรุงรส 1 ก้อน
  • หมูสับ 200 กรัม
  • แครอท
  • ผักกาดขาว
  • คื่นฉ่าย 2 ต้น
  • พริกไทยขาว
  • ซีอิ๊วขาว2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา

1.นำหมูสับ,ซีอิ๊วขาว, น้ำปลา,พริกไทยป่น มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนรอ

2.ต้มน้ำให้เดือดใส่ คนอร์ก้อน ใส่หมูสับที่ปั้นเตรียมไว้ ใส่เกลือเล็กน้อย ตามด้วยน้ำปลา สังเกตุหากมีฟองใช้ช้อนตักออก

3.ใส่ผักกาดขาว ใส่เต้าหู้ ตามด้วยคื่นชาย ชิมรสชาติ ก่อนจะทานใส่พริกไทยเพิ่มกลิ่นหอม ปิดแก๊สพร้อมเสริ์ฟ

 

7.แพนเค็ก

Ellie Eshaghi

ส่วนผสม

  • แป้งเค็ก 100กรัม
  • นมจืด 100 มิลลิลิตร
  • ไข่ 1 ฟอง
  • น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/3 ช้อนชา
  • กล้วย 1 ลูก
  • เนย 20 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • น้ำเชื่อมเมเปิลไซรัป หรือน้ำผึ้ง

วิธีทำ

1.นำแป้งข้าวโพด เกลือ ผงฟู น้ำตาล รวมกัน ผสมให้เข้ากัน

2.ตามด้วยไข่ นมจืด ลงไป แล้วคนทุกๆอย่างให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน

3.ใส่เนย ต่อด้วยกลิ่นวานิลลาเพิ่มความหอม คนจนเนื้อเนียนเข้ากัน รอ10นาทีให้เนื้อเข้ากัน

4.ตั้งกระทะไฟระดับกลาง ใส่เนย ให้เนยระลายและหอม

5.ใช้ช้อนตักส่วนผสมที่เตรียมไว้ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ หรือขนาดตามความชอบของบุคคลชอบชิ้นใหญ่หรือเล็ก

6. พลิกกลับไปมา ให้สังเกตุ แพนเค็กจะมีสีน้ำตาลอ่อนแสดงว่าสุกแล้ว

7.จัดใส่จาน พร้อมกล้วยที่เตรียมไว้ ราดด้วยเมเปิลไซรัป หรือน้ำผึ้ง

8.ไข่ม้วน

Klaus Niels

ส่วนผสม

  • ไข่ 2ฟอง
  • มะเขือเทศหั่นชิ้นเล็ก ใส่ตามใจชอบ
  • คนอร์รสหมู1ช้อนโต๊ะ
  • ผักตามใจชอบ
  • เครื่องทำไข่ม้วน
  • น้ำมันพืช1ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช

วิธีทำ

1.เครื่องทำไข่ม้วนเสียบไฟ

2.ใส่น้ำมันพืชรอให้ร้อน ใส่ไข่ คนอร์ มะเขือเทศ ผสมเข้ากันเทลงในเครื่องทำไข่ม้วน

3.เตรียมจานรอพร้อมเสริ์ฟ

วิธีนี้ทำง่าย และรวดเร็วค่ะ เด็กๆชอบ

 

9. กวากาโมเล่ ชิป

Dayvison de Oliveira Silva

ส่วนผสม

  • อะโวคาโดลูกใหญ่ 1 ลูก
  • เกลือหิมาลายยัน
  • มะเขือเทศหันเป็นชิ้นเล็ก เอาใส้ออก ตามใจชอบ
  • มะนาวครึ่งซีก
  • หอมหัวใหญ่ ตามใจชอบ
  • พริกไทยเล็กน้อย
  • ผักชี 1 ต้น

วิธีทำ

1.นำอะโวคาโดมาผ่าเอาเมล็ดออก บดใส่ถ่วยให้ละเอียด

2.หันมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กไม่เอาใส้ หั่นหอมหัวใหญ่ให้เป็นชิ้นลูกเต๋า หันผักชีตามใจชอบ ตามด้วยมะนาว เกลือมาลายยัน เกลือรุ่นนี้จะอร่อยมาก

3.นำทุกอย่างมาผสมและปรุงรสเข้าด้วยกัน ตบท้ายด้วยพริกไทยเพิ่มความหอม พร้อมเสริ์ฟ ทานคู่กับชิป อร่อยและคู่กันมีประโยชน์อีกด้วย

10.ขนมปัง +ไข่ดาว +ไส้กรอก+ แฮม

you dev

ส่วนผสม

  • ไข่1 ฟอง
  • ขนมปัง 2 แผ่น
  • แฮม1 แผ่น
  • ไส้กรอก 2 ชิ้น
  • เกลือ นิดหน้อย
  • เนย
  • น้ำมัน

วิธีทำ

1.นำไส้กรอก และเบคอน เข้าไมโครเวฟให้ร้อน

2.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้ร้อน นำไข้มาตอกใส่กระทะทำไข่ดาว แล้วแต่ความชอบบางคนชอบไข่สุก หบางคนชอบไข่ไม่สุกมาก

3.ตั้งกระทะ ใส่เนยลงไปให้ละลายนิดหน่อย ขนมปังลงไปทอดกรอบ ย่างให้เหลืองกรอบทั้งสองด้าน

4.เสร็จแล้วจัดเสิร์ฟ ตกแต่งด้วยผักและมะเขือเทศให้สวยงาม

 

 

 

 

Categories
Blog

ห้ามอาบน้ำหลังกินข้าว 5 ข้อห้ามทำหลังกินอิ่ม

Armin Rimoldi

ตอนเด็กๆมักจะได้ยินผู้ใหญ่บอกเสมอ กินข้าวเสร็จอย่าพึ่งอาบน้ำ แค่อาบน้ำหลังทานอาหารเสร็จเนี้ยนะจะเป็นปัญาหาทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อจริงๆหรอ  เชื่อว่าหลายคนอาจไม่รู้สิ่งนี้ และทำร้ายสุขภาพตัวเองโดยไม่รู้ตัว

1.อย่าอาบน้ำหลังจากทานอาหารเสร็จ

หลายคนคงเคยได้ยิน ผู้เฒ่าผู้แก่มักบอกเสมอ กินข้าวเสร็จอย่าพึ่งอาบน้ำ หลายคนอาจยังไม่รู้ หรือในเวลาอันเร่งรีบ  อาจไม่เชื่อคำเตือน รีบอาบน้ำหากคุณรู้สึก ไม่สบายท้อง หลังจากที่อาบน้ำเย็น ปกติแล้วควรใช้พลังงานมากเพื่อให้การไหลเวียนเลือดให้เพียงพอเพื่อการย่อยอาหาร หากคุณอาบน้ำโดยทันที จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง ปกติเลือดจะไหลเวียนไปที่กระเพาะอาหารเพื่อทำการย่อยอาหาหาร แต่เลือดไหลไปส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายที่ต่ำลง เลือดไปเลี้ยงผิวหนังมากกว่า ช่วยย่อยอาหาร และลำไส้ให้ทำงานอย่างเต็มที่

ดังนั้นผลที่ตามมาจากการอาบน้ำหลังทานข้าวเสร็จโดยทันที คือ อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ตามมาทำให้และทำให้การย่อยอาหารล่าช้าลง  หลายคนอาจสงสัยหากการอาบน้ำอุ่นได้ไหม การอาบน้ำอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงผิวหนังได้ดีกว่าน้ำเย็น แต่ช่วยได้ไม่ได้มากนัก

2.ควรรอนานแค่ไหน?

ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด เราควรรอนานแค่ไหนถึงอาบน้ำได้ บางบทความบอกว่าควรรออย่าน้อย 35 นาทีขึ้นไป เพราะร่างกายของแต่ละคนระบบย่อยอาหาร ระบบเผาพลาญนั้นแตกต่างกัน เพื่อความแน่ใจ หากมื้อนั้นคุณกินอาหารมื้อหนักแน่นอนว่าการเผาพลาญอาจช้าลง ควรรอสัก1 ชั่วโมง

3. อย่าออกกำลังกายอย่างหนัก

หลายคนหลังกินข้าวอิ่มใหม่ๆอยากให้ ระบบย่อยอาหารย่อยเร็ว รีบออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง ไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อสุขภาพมากนัก เพราะมันจะทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่สุงขึ้น ทำให้ร่างกายไม่หลั่งสารเมลาโทนินออกมา สารเมลาโทนินคือสารที่ควบคุมโฮร์โมนในร่างกาย การออกกำลังกายอย่างหนักทำให้ร่างกายตื่นตัว ส่งผลให้นอนไม่หลับ สรุปคือ หากออกกำลังกายหลังทานข้าวเสร็จ จะทำให้ร่างกายตื่นตัว และการทำงานของระบบย่อยอาหารจะทำงานช้าลง แล้วยังเพิ่มโอกาสการเกิดตระคิวระหว่างที่นอนหลับอีกด้วย

Artem Beliaikin

4.อย่ารีบแปรงฟัน

การแปลงฟัน เป็นสิ่งที่ดี แต่การที่ทานข้าวเสร็จไม่ควรรีบแปรงฟันโดยทันที อย่างน้อยควร รอ 30-40 นาที แล้วแปรงฟันอย่างถูกวิธี พร้อมทั้งน้ำยาบ้วนปาก เพื่อขจัดคราบอาหารในช่องปาก แปรงฟันให้สะอาด ควรใช้แปรงที่มีคุณภาพเพื่อสุขภาพเหงือกและฟัน

5.อย่านอนหลับทันที

การทานอาหารเสร็จและรีบนอนลงทันที่ จะทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย และทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหาร หายใจไม่สะดวก หรือบางคนอาจเกิดกรดไหลย้อนได้ หากใครที่ชอบทำแบบนี้เป็นประจำ ควรหลีกเลี่ยงและปรับเปรียนพฤติกรรมการนอนลงบนเตียงโดยทันที  เพื่อสุขภาพของตัวเราเองและห่างไกลจากโรค

 

 

 

 

 

 

Categories
Blog

10 ประโยชน์อันน่าทึ่งของมะขาม ดีต่อสุขภาพ

kalice00

มะขาม

มะขาม ชื่อสามัญคือ(Tamarind) เป็นไม้ยืนต้นในเขตร้อนมะขามมีถิ่นกำเนิดมาจากทวีฟแอฟริกา เช่น ประเทศซูดาน ประเทศไนจีเรีย ต่อมาได้มีการนำเข้ามาปลูกที่เอเซีย ในปัจจุบันพบมากที่ประเทศแม็กซิโก มะขามเป็นไม้มงคลสำหรับคนไทย พบมากที่สุดในจังหวัดเพรชบูรณ์ เลย และยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดของจังหวัดเพรชบูรณ์อีกด้วย ในแต่ละจังหวัดจะเรียกชื่อแตกต่างกันออกไป เช่น ภาคใต้เรียกว่า ขาม แม่ฮองสอนเรียกว่า เงี้ยว,สุรินท์เรียกว่า หมากแกง ภาคอิสานเรียกว่า หมากขามนั่นเอง

หากจะพูดถึงสรรพคุณของมะขามนั้นมีมากมาย มะขามแต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกัน มีทั้งที่มีรสหวานและเปรี้ยว มะขามเป็นผลไม้ที่โภชนการสูง สามารถใช้ได้ทุกๆส่วน ไม่ว่าจะเป็น ใบมะขาม เปลือก ลำต้น ผล หากินได้ง่ายตามฤดูกาลสามารถบรรเทาอาการได้หลายโรค โดยส่วนมากมะขามมีติดบ้านทุกครัวเรือน

1.ยาระบายอ่อนๆ สำหรับผู้มีอาการท้องผูก

หลายคนที่มีปัญหาระบบขับถ่ายไม่ดี ท้องผูก ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ควรกินมะขามสุก 5-10 ฝักขึ้นไป ดื่มน้ำตามเยอะๆ หรือ บางคนชอบทานมะขามดิบก็สามารถช่วยได้จิ๋มกับพริกเกลือ หากสะดวกแบบคั้นเป็นน้ำมะขามเปียกผสมกับน้ำอุ่นดื่ม เพราะในมะขามมีกรดอินทรีย์ เป็นยาระบายชั้นดี หากทานมะขามตอนท้องว่าจะเห็นผลเร็วมาก

2.ลดอาการคลื่นใส้ อาเจียน

มะขามบางสายพันธ์มีรถเปรี้ยว บางสายพันมีรสเปรี้ยวอมหวาน หากมีอาการคลื่นใส้ อาเจียน เมารถ มะขามสามารถบรรเทาอาหารคลื่นใส้ได้

3.เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ

ช่วยขับเสมหะ สามารถนำมะขามเปียกจิ้มกินกับเกลือ หรือ อีกหนึ่งพันธ์คือ มะขามป้อม สามารถแก้ไอ ชุ่มชื่นในคอและไม่รู้สึกระคายคอเมื่อกลืนน้ำลายจะรู้สึกหวานชุ่มชืนในคอ

4.เหงือกและฟันแข็งแรง

ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกตามไรฟันบ่อยๆ  ควรทานมะขามสุก หรือมะขามดิบได้ เพราะในเนื้อมะขามมีวิตามินซีที่สูงมากๆ สามารถทานได้ทุกๆวัน ช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟันได้

นอกจากนี้ในเนื้อมะขามยังมีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกและฟันของคุณให้แข็งแรงอีกด้วย

Tautvaldas Tumenas

5.ช่วยผลัดเซลล์ผิว

ในเนื้อมะขามสุขมี AHA ซึ่งAHA จะเป็นตัวช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า สามารถนำเนื้อมะขามสุขผสมกับน้ำอุ่นๆ นม และน้ำผึ้งใช้ขัดผิว จะทำให้ผิวที่มีรอยดำ หมองคล่ำกลับมามีสุขภาพดี ผิวดูนุ่มนวล ผิวตึงกระชับและดูอ่อนวัย

ในเนื้อมะขามทำให้ผิวนุ่มตลอดวัน แล้วยังช่วยกำจัดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียในร่างกายอีกด้วย

6.ต่อต้านอนุมุลอิสระสูง

จากงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า เปลือกหุ้มเมล็ดมะขามมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น อนุมูลอิสระกับผิวหนัง ในแต่ละวันร่างกายต้องพบเจอทั้งแสงแดง และมลภาวะมากมาย ทำให้สภาพผิวหนังเสื่อมสภาพเร็ว ยิ่งแดดร้อนๆที่ไทย ไม่ต้องพูดถึง รังสียูวีแรง ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระได้

7.ช่วยลดไข้และหวัด

หากมีไข้ หลายคนอาจคิดว่ากินมะขามจะทำให้มีไข้หนักกว่าเดิม ความจริงแล้วมะขามสามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี ลดไข้ ลดอาการหวัดและรู้สึกดีขึ้นอีกด้วย

ใช้เนื้อในฝักแก่ หรือมะขามเปียก จิ้มเกลือรับประทานพอควร

8.ลดไข้ ขับเสมหะ

ในเนื้อมะขามสุกสามารถขับเสมหะ ละลายเสมหะ สามารถจิ้มกับเกลือได้ แต่ไม่ควรทานมากเกินไป นอกจากนี้ เปลือกและลำต้นของมะขามยังสามารถลดไข้ได้

9.ช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

ในเนื้อมะขามมีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุ่งผิวพรรณให้ดูสดใส แปล่งปลั่ง ดูนุ่มนวล และสารต่อต้านอนุมูลในมะขามช่วยลดการเกิดริ้วรอย ดูอ่อนกว่าวัย

10.ลดรอยหมองคล้ำ

มะขามที่สุกแล้วแกะเอาเมล็ดออกและนำมาคั้นเอาแต่น้ำ สามารถนำมาขัดตามจุดต่างๆตามร่างกาย เช่น ข้อพับ เข่า รักแร้ ที่มีรอยดำ สามารถลดรอยหมองคล้ำลงได้

umstwit

ข้อควรระวัง

  • ผู้ป่วยหลังผ่าตัด เนื่องจากเนื้อมะขามมีฤทธ์ เป็นยาระบายอ่อนๆ หากทานมาขามจำนวนมากอาจทำให้ท้องเสีย ปวดท้อง ทำให้หน้าท้องเกร็งและเจ็บปวดแผล
  • หญิงให้นมบุตร เพราะคุณแม่กินอะไรเข้าไปลูกก็จะได้รับสารอาหารนั้นด้วย อาจทำให้ลูกน้อยท้องเสียได้ หากอยากทานจริงๆควรทานน้อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อแม่และลูกน้อย
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในผู้ป่วยเบาหวานมะขามอาจทำให้ระดับน้ำตาลต่ำได้ควรปรึกษาแพทย์

 

Categories
Blog

10 ผู้ชายประเภทนี้ควรออกไปจากชีวิต

Vera Arsic

1.มองโลกในแง่ร้าย

เขาจะมองทุกสิ่งอย่างในแง่ลบ ทุกสิ่งอย่างไม่ดีเลวร้ายกับเขา คนอื่นต้องผิดพลาด มีความคิดที่แตกต่างในแง่ลบเสมอ และเขายังดึงดูดพลังงานด้านบวกของคุณอีกด้วย

2.ชอบเอาชนะและเถียง

เวลามีปัญหาจะชอบใช้อารณ์มากกว่าเหตุผล ยังไงต้องชนะไว้ก่อน การที่ไม่รับฟังเหตุผล ใช้อารณ์เป็นหลักผู้ที่รับฟังจะเหนื่อยและทุกข์ใจจากอารณ์ของคุณ

3.มีอคติ คนอื่นไม่ดีเสมอ

ทุกสิ่งอย่างไม่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างเขานั้นต้องถูกเสมอ ไม่ชอบสิ่งนั้น สิ่งนี้ ไม่ชอบคนรอบข้าง และโจมตีเสมอเพื่อเอาชนะ

4.ขี้โม้อวดอวด

เชื่อว่าหลายๆคนคงไม่ชอบคนที่ชอบโม้ โอ้อวด และไม่ลงมือทำ เพ้อเจ้อเพ้อฝัน หรือ บางคนโอ้อวดมั่งอวดมีจนเกินตัว จนเกิดอารณ์หมั่นใส่ไม่ชอบจริงๆเลย อวดจนทำให้เรารู้สึกด้อยกว่าเขา ถอยห่างดีกว่า หากที่ใดเราอยู่แล้วอึดอัดควรถอยห่างออกมา

5.เอาแต่ใจไม่มีเหตุผล

เวลาสนทนาเขาจะเป็นคนชนะ เถียงสุดฤทธิ์ หรือหากเขาอยากได้อะไรก็จะเอาเดียวนี้ๆไม่ฟังเหตุผลว่าเราทำอะไร เมื่อเราพยายามอธิบายเขากลับไม่ฟังเหตุผลของเราเลย

6.จับผิดตลอดเวลา

คงไม่มีใครชอบชอบจับผิดตลอดเวลา เช่น ใครโทรมา เช็คโทรศัพท์ไม่มีความส่วนตัว เช็คว่าเราคุยกะใคร เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย ห้ามคุยกะผู้ชาย เธอมีอะไรปกปิดหรือเปล่า สอดส่องคอยจับผิดตลอดเวลา เห้ออึดอัดเกินไป

7.อยู่ด้วยแล้วไม่มีความสุข

หากเรามีคนรักสักควร ควรมีความรักที่เข้าใจ ไม่ใช่แค่บอกรักเราอย่างเดียว รักและดูแลเราด้วย หากเจ็บป่วยหรือ มีเรื่องไม่สบายใจเขาจะอยู่กับเราเสมอ ไม่ว่าจะสุข หรือเราทุกใจ ไม่ควรรักผู้ชายที่บอกแต่คำว่ารัก ควรรักผู้ชายที่ รักและห่วงใยและพร้อมที่จะทุกข์หรือสุข จับมือกันแก้ไขปัญหาต่างๆในชีวิต

8.แชร์ทุกอย่างให้โลกรู้

เวลามีเรื่องไม่ดี เรื่องไม่สบายมักแชร์ทุกข์อย่างให้ชาวโลกรู้ เช่น เวลาทะเลาะกัน มีปัญหาต่างๆ แชร์ให้คนอื่นรู้ มักเอาแต่เรื่องปวดหัวมาพูดให้เราจิตตก

9.อารณ์รุนแรงชอบทำร้ายร่างกาย

เวลาทะเลาะกันชอบใช้ความรุ่นแรงกับผู้หญิง ไม่ดีนะค่ะ หากผู้ชายที่ใช้ความรุ่นแรงกับผู้หญิง ทะเลาะกันที่ไร ตีผู้หญิง หรือใช้คำหยาบคาย ด่าไปถึงบุพการี ขนาดพ่อแม่เราแท้ๆยังไม่เคยลงไม้ลงมือ ด่าหยาบคายเสียหาย ไม่ขอทนจ้า ขอบาย หากเขาเคยลงไม้ลงมือและอาจมีครั้งต่อไปตามมา

10.โกหกและปิดบัง

หากพบเจอคนประเภทนี้ควรรีบถอยห่าง เพราะเขาจะชอบโกหกคุณเรื่อยๆ และปิดบังความจริง ไม่บอกความจริง หากคุณจับได้จะทำให้เกิดความไม่เชื่อใจ เขาจึงปกปิดและโกหกจนกลายเป็นนิสัย กลัวคนจะนำความลับที่ไม่ดีของเขาถูกนำมาเปิดเผย แต่ความลับไม่มีในโลกนะจ๊ะสักวันมันจะถูกเปิดเผย

Categories
Blog

น้องสาวมีกลิ่นเหม็น หยุด 5 พฤติกรรมเหล่านี้ด่วน

Alexander Schimmeck

หากเดินผ่านผู้คนแล้วน้องสาวส่งกลิ่นมาตามลม โอ้ยปวดใจ ชั่งเป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับสาวๆ หากน้องสาวมีกลิ่นแรง แล้วสาเหตุมันมาจากอะไร ทำไมน้องสาวมีกลิ่นเหม็นแรง บางคนอาจมีปัญหากับสิ่งนี้ ทำอย่างไรดี?

สำหรับผู้หญิงอย่างเรา ไม่ได้แลแค่เรื่องความสวยงงามบนใบหน้าเท่านั้น น้องสาวก็สำคัญเช่นกัน ความจริงแล้วกลิ่นไม่ใช่เรื่องตลกเลย กับปัญหาเหล่านี้ สาวๆควรสำรวจตัวเองดู บางทีเราอาจมองข้ามสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ และอาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา ไปอ่านกันดีกว่าค่ะปัญหาเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอะไรบ้างและควรแก้ไขอย่างไร ให้น้องสาวของเรากลิ่นหอม

1.ใส่ผ้าอนามัยจนเคยชิน

หลายคนอาจติดนิสัยและเคยชินกับการใส่แผ่นผ้าอนมัยชิ้นเล็กเพื่อป้องกันตกขาว หรือคราบเปื้อนบนกางเกงชั้นใน หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ ควรใส่เท่าที่จำเป็นค่ะ น้องสาวของเราต้องการอากาศถ่ายเท ไม่ควรผ้าอนามัยตลอดเวลาจะทำให้อับชื้นและมีกลิ่นเหม็นเพิ่มขึ้น และช่วงที่สาวๆมีประจำเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ 1-2 ชั่วโมงควรเปลี่ยน เพื่อลดความอับชื้น ไม่ทำให้เกิดแบคที่เรีย

2.ใส่กางเกงยืนรัดแน่นจนเกินไป

เพราะยุกต์สมัยที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงสมัยก่อนมักใส่ผ้าถุง ไม่ค่อยสวมใส่ชุดชั้นในกัน ทำให้ไม่เกิดการอับชื้น และทำให้น้องสาวแห้งเร็ว แต่สมัยนี้เปลี่ยนไปสาวๆส่วนใหญ่นิยมสวมใส่ยืนสวมเสื้อผ้าเเน่คับจนเกินไป ทำให้เกิดความอับชื้นเพิ่มมากขึ้น หากสาวๆดูแลทำความสะอาดน้ำสาวไม่ดี รีบสวมใส่กางเกงในทั้งที่น้องสาวยังไม่แห้ง หรือกางเกงในไม่แห้งสนิท และทำให้เกิความอับชื้นตามมา น้องสาวนั้นเป็นจุดซ่อนเร้นที่สำคัญ ง่ายต่อการอับชื้น ควรหมั่นดูแลรักษาทำความสะอาดน้องสาวให้ถูกวิธีนะค่ะ

3.กินแต่ของหมักของดอก

หากพูดถึงของหมักของดอกแล้ว น้ำลายไหลเลยใช่ไหมค่ะสาวๆ หากประจำเดือนไกล้มาแล้ว มักอดใจไม่ไหวทุกที เช่นมะม่วงดอง องุ่นดอง มะดันดอง บางคนชอบกินอาหารรสจัด เช่น กระเทียม ปูปลาร้า ของหมักของดอกนั้นเป็นตัวกระตุ้นให้ตกขาวเพิ่มมากขึ้น หากสาวๆอดใจไม่ไหวจริงๆควรทานน้อยๆ แต่ต้องทำความสะอาดสาวๆให้ดี สำหรับคนที่มีความผิดปกติมากๆควรหยุดทานสิ่งนี้ค่ะ

Юлиана Маринина

4.เกิดจากการตกขาว หรือติดเชื้อ

ตกขาวอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้น้องสาวมีกลิ่น แต่โดยปกติสาวๆจะตกขาว ก่อนและหลังประจำเดือนจะมา แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า ตกขาวปกติไหม?

  • สีขาวขุ่น ขาวเหลือง นี่คือการตกขาวที่ปกติ
  • ตกขาวมีสีเหลือง หากสาวๆมีอาการคัน บางครั้งมีฟอง กลิ่นเหม็นเปรี้ยว อาจเกิดการติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์ หรือการสวนล้างทางช่องคลอดมากเกินไป
  • สีเหลือง สีขาวขุ่น กลิ่นปัสวะเหม็นอับ แสบขัด เหม็นบูด  และคันเกิดจากการติดเชื้อในช่องคลอด ติดเชื้อรา หรือ จากการทานยาปฎิชีวนะ
  • ตกขาวเหลืองปนสีเขียว มีกลิ่นเหม็นคาวปลา คัน เจ็บปวดเวลาปัสาวะ  ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ หรือ เป็นโรคหนองใน
  • ตกขาวสีน้ำตาล  มีกลิ่นเหม็นอับ มีฟอง มีอาการคัน เกิดการติดเชื้อควรพบเเพทย์โดยด่วนเพื่อตรวจภายใน

อีกสาเหตุที่ควรสงสัยหากเกิดการตกขาวที่รุนแรง เกิดความเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออดกระปิดกระปอย ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพภายใน เช่น มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงจมูก บางคนอาจมองข้าม ควรตรวจสุขภาพ ตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกทุกๆปีค่ะ เพราะภายในคือสิ่งที่มองไม่เห็นจริงๆ

5.โกนขนน้องสาวเรียบเนียนเกลี้ยงซะ

สาวๆหลายคนที่ชอบโกนขนให้น้องสาวชะเกลี้ยง ดูสะอาด ข้อดีของการมีขนนั้น คือเกาะกำบังไม่ให้เชื้อโรคเข้ามาได้อีกทั้งยังช่วยลดแรงเสียดสีขณะมีเพศสัมพันธ์อีกด้วย

Júlio Sotério

อยากให้น้องสาวหอมควรทำอย่างไร

1.ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากมีน้ำหนักมากจนเกินไปบริเวณต้นขาจะเบียดกันและทำให้น้องสาวมีกลิ่นเหม็นและอับชื้นได้

2.หากทำความสะอาดน้องสาวไม่ควรสวนล้างน้ำเข้าไปในช่องคลอด

3.อย่าโกนน้องสาวจนเกี้ยง เพราะขนช่วยปกต้องแบบที่เรีย เป็นเกาะกังบังให้น้องสาว

4.งดของหมักของดองทั้งหลาย

5.ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่รักแน่นจนเกินไป ชุดชั้นในควรตากแดดไม่อับชื้น

หากสาวๆตกขาวและมีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ อย่านิ่งนอนใจ หมั่นความความสะอาดให้ถูกวิธี หากยังไม่หายควรปรึกษาแพทย์และสุขภาพที่ดีของสาวๆค่ะ

 

 

 

Categories
Blog

10 เคล็ดลับหน้าเด็ก อยากหน้าเด็กลงควรทำสิ่งนี้

Ron Lach

1.ทาเซรั่มก่อนนอน

หลายคนอาจมองข้ามการทาเซรั่ม หรือครีมบำรุงก่อนนอน ผิวฉันยังดี ฉันยังไม่แก่ ความจริงแล้วเมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยต่างๆจะเกิดขึ้นบนใบหน้า นี่คือสิ่งจำเป็นสำหรับสาวๆ ควรทาอย่างสม่ำเสมอนะค่ะ หากไม่อยากมีรอยบนใบหน้า หน้าแก่ก่อนวัยอันควร

2.ไม่เครียดและเข้านอนก่อน 4ทุ่ม

รู้หรือไม่ ความเครียดนั้นส่งผลต่อสุขภาพผิวของคุณโดยตรง  ความเครียดเป็นสาเหตุให้ใบหน้าเกิดริ้วรอย และทำให้แก่ก่อนวันอันควร หากร่างกายหลั่งสารความเครียดออกมาทำให้ผิวพรรณขาดความชุ่มชื้น และทำลายผิวพรรณของเรา  ฉนั้นต้องคิดบวก มองโลกในแง่ดี และการนอนหลับก็สำคัญเช่นกัน ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ในแต่ละวันควรนอนหลับให้ได้8ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูส่วนต่างๆของร่างกาย ลองสังเกตุดูใบหน้าตัวเองหากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอใบหน้าจะหมองคล่ำ อยากมีใบหน้าผ่องใส ไม่หลงไม่ลืม ความจำดีขึ้น ควรนอนก่อน4ทุ่มทุกวัน การนอนเร็วจะทำให้หน้าเด็กลงอีกด้วย

3.กินวิตามิน

ควรทานวิตามินค่ะสาวๆ วิตามินบางตัวมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ สามารถเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว สาวๆที่ผิวไม่สวย ผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวแห้งหยาบกร้านแนะนำควรทานวิตามินอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเพราะวิตามินเหล่านี้ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

วิตามินยังสามารถป้องกันริ้วรอยแก่ก่อนวัย เช่น วิตามินอี วิตามินซี หากสาวๆใช้วิตามินสองตัวนี้คู่กันรับรองผิวปั่งและมีออร่ามากๆคะ

4.ทาครีมกันแดด

ก่อนจะออกจากบ้านสิ่งที่ไม่ควรลืม ควรทาครีมกันแดดนะค่ะสาวๆ ครีมกันแดดจะช่วยปกป้องใบหน้าของคุณจากแสงแดด เพราะแดดที่ประเทศไทยแรงมาก แสงแดดสามารถทำให้ผิวสวยๆเปลี่ยนสีได้เลยคะ ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเสมอ เลือกครีมกันแดดที่มี SPF5+pa++++ขึ้นไปค่ะเพราะจะช่วยปกป้องผิวของคุณจาก UVA,UVB และยังช่วยปกผิวจากมลภาวะต่างๆอีกด้วย และยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งผิวหนังด้วยค่ะ

5.ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนนอน

ในแต่ละวันควรล้างหน้าให้สะอาดอย่างน้อย เช้า-เย็น ใช้สบู่อ่อนๆหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า เพราะการล้างหน้าจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ใช้นิ้วมือทำความสะอาดเบาๆ ควรซับให้แห้งด้วยผ้าขนหนูเบาๆ เพราะผิวหน้าบอบบางมาก หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดหน้าบ่อยๆ หรือ ทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป อาจทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคืองได้ และทำลายผิวบนใบหน้าได้

Gustavo Fring

6.หลีกเลี่ยงดื่มน้ำอัดลม ดื่มน้ำเปล่าเยอะ

น้ำอัดลมนอกจากจะมีน้ำตาลทำให้อ้วนแล้ว ยังมีผลเสียต่อผิวด้วยค่ะ น้ำอัดลมจะขจัดน้ำจากร่างกาย ทำให้ผิวไม่สวย ไม่ผ่องใส และมีผิวหมองคล่ำ ฉนั้นควรหลีกเลียงการดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ และหันมาดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ เพื่อผิวพรรณที่ดี การดื่มน้ำเยอะๆจะช่วยขับล้างสารพิษ ของเสียต่างๆในร่างกาย น้ำสามารถทำให้ผิวมีความนุ่มและยืดหยุ่น ผิวพรรณสดใส  ดูอ่อนวัย ควรดื่มน้ำบริสุทธิ์อย่างน้อย 1.5ลิตรขึ้นไป น้ำ1 ขวดต่อวันค่ะ หรือมากกว่านี้ได้

7.อาบน้ำนมและน้ำผึ้ง

สาวๆหลายคนคงได้ยินมาบ้างแล้วใช่ไหมค่ะ อาบน้ำผึ้ง,อาบน้ำนม ใช่ค่ะ การแช่น้ำนมและน้ำผึ้งเป็นประจำ สามารถเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว นมและน้ำผึ้งสามารถผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มน้ำมันที่มีส่วนผสมสารสกัดด้วยธรรมชาติด้วย อโลเวร่าเพิ่มความหอม และน้ำมันมะกอก เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาออกไปข้างนอก และด้วยสถานะการแบบนี้ วิธีเหล่านี้สามารถให้กลับมาผิวนุ่มเรียบเนียนเหมือนเด็กครั้ง ใครๆก็ต้องหันหลังกลับมามองผิวของคุณ

8.ทานอาหารที่มีประโยชน์

หลายคนหันมารักสุขภาพกันมากขึ้น หากเลือกได้ควรเลือกทานผักปลอดสารพิษ หากซื้อมาจากตลาดควรล้างหลายๆครั้งให้สะอาด ทานอาหารเพื่อสุขภาพ ทานผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ทานอาหารปรุงสุกร้อนๆ

9.ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายนอกจากจะสุขภาพดีแล้ว ยังทำให้ร่างกายฟิตอีกด้วย แต่ไม่ควรหัดโหมจนเกินไป ควรออกกำลังกายให้พอสมจะส่งผลดีต่อร่างกาย

10.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

เคยสังเกตุไหมว่า คนที่ดื่มแอลกฮอล์ต่อเนื่องทุกวันและร่วมกับการสูบบุหรี่จัด คนส่วนมักจะลงพุงหรือใบหน้าหมองคล่ำดูแก่ก่อนวัยอันควร ฉนั้นรักสุขภาพหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่จัดเพื่อสุขภาพและใบหน้าที่อ่อนกว่าวัย

 

 

 

 

 

 

 

Categories
Blog

5วิธีแก้ปัญหาลูกติดหน้าจอ พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร

Andrea Piacquadio

การเลี้ยงลูกสมัยนี้ชั่งแตกต่างจากสมัยก่อนจริงๆ เพราะสมัยนี้โลกได้เปลี่ยนไปมาก และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตจริงๆ เด็กเล็กๆรู้จักเล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ ทุกครอบครัวจะมีโทรศัพท์มือถือ,ไอแพต,โน๊ตบุค บางครั้งพ่อแม่เหนื่อยจากการทำงาน ลูกงอแงอยากเล่นโทรศัพท์ พอลูกได้เล่นโทรศัพท์ปุ๊บลูกนิ่งเงียบไม่โวยวาย และไม่สนใจอะไรเลย ไม่สนใจสิ่งต่างๆรอบข้าง หากเด็กเล่นมากๆหลายชั่วโมง มีความเสี่ยงต่อสมาธิสั้น และปัญหาตามมาพ่อแม่ควรแก้ไขอย่างไรกับปัญหาเหล่านี้

1.พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดี

หากจะพูดไปแล้วโลกเปลี่ยนไป โชเชียลมีเดียนั้นมีบทบาทสำคัญกับทุกคนจริงๆ นอกจากจะใช้เพื่อการติดต่อสื่อสารการส่งงานทางเมลล์ หรือบางครั้งอยากเช็คโชเชียลมิเดีย เช่น Facebook,instagram,TikTok เพื่อผ่อนคลาย แต่ในระหว่างที่เราเช็คโทรศัพท์นั้นลูกน้อยจะมักอยู่ข้างๆเสมอ และอยากรู้อยากเห็นสิ่งที่เรากำลังดู เพราะเขาคือวัยกำลังเรียนรู้ บางครอบครัวลูกไม่ยอมกินข้าวและเปิด YouTube หาเพลงสนุกๆ หลอกล้อให้ลูกกินข้าว ทำให้ลูกสนใจมากขึ้น ความจริงแล้วไม่ดีนะค่ะ หากจะกินข้าวต้องเปิดโทรศัพท์ จะทำให้ลูกเรียนรู้ต้องเปิดโทรศัพท์เสมอ หากจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นพ่อกับแม่ควรเป็นแบบอย่างให้แก่ลูก ไม่ควรจับโทรศัพท์ให้ลูกเห็นบ่อยๆ ควรเช็คโชเชียวมีเดียเมื่อลูกหลับ หรือ หากต้องใช้โทรศัพท์จริงๆเวลาตอบเมลล์ ตอบไลน์ หรือสื่อต่างๆควรให้ลูกหลับแล้วหรืออาจคุยงานในห้องน้ำเพื่อไม่ให้ลูกเห็น ให้เขาได้เรียนรู้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้สนใจโทรศัพท์มือถือเช่นกัน

2.วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ความเป็นจริงผู้ปกครองควรให้ลูกดูได้แต่ไม่นาน ไม่ควรเกินวันละ 1 ชั่วโมงพอ หรือให้ดูสัปดาห์ละ 1 ครั้งพร้อมกันกับผู้ปกครองในวันหยุดสุดสัปดาห์ครั้งละ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

Anna Pou

3.ให้เวลาลูกทำกิจกรรมร่วมกัน

พ่อแม่ควรมีเวลาให้กับลูก หากิจกรรมทำร่วมกับลูกน้อย เด็กติดหน้าจอมากเกินไปไม่ดี ไม่ควรให้ลูกสนใจแต่โทรศัพท์ ทำกิจกรรมร่วมกับเขา เพราะเด็กคือผ้าขาว ผู้ใหญ่ทำอะไรเด็กมักจะเรียนรู้ด้วยเสมอ

  • ออกไปวิ่งเล่นสวนสาธารณะ เด็กต้องการวิ่งเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ การที่อยู่แต่ห้องเด็กไม่มีอะไรทำจะสนใจแต่โทรศัพท์มากขึ้น
  • วาดภาพระบายสี เป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลาย ช่วยฝึกกล้ามเนื้อให้ลูกและทำร่วมกับผู้ปกครอง
  • อ่านหนังสือก่อนนอน แทนการจับโทรศัทพ์ เล่านิทานสนุกๆก่อนเข้านอน
  • ปล่อยให้ลูกได้เล่นสนุกๆตามวัยเขา วัยกำลังเรียนรู้ไม่ใครใช้สายตาหน้าจอเกินไป
  • กิจกรรมร้องเพลง เป็นกิจกรรมที่สนุกและผ่อนคลายช่วยให้ลูกน้อยได้เรียนรู้ภาษา หรือ เล่นเกมสนุกๆกับลูก

4.คนในครอบครัวปฎิบัติทางเดียวกัน

ต้องเข้าใจก่อนว่า ครอบครัวคนไทยส่วนมากเป็นครอบครัวใหญ่ ส่วนมากอาศัยอยู่ด้วยกันหลายคน                          เช่นพ่อ,แม่,พี่,น้อง,ลง,ป้า,น้าอา และมีคุณตาคุณยายด้วย หากเป็นเช่นนี้เราจะไม่ได้อยู่กับลูกตลอดเวลา ลูกอาจจะไปกับหลายๆคน เราสั่งห้ามไม่ให้ลูกดูไอแพต หรือ โทรศัพท์ แต่ลูกแอบเอาโทรศัพท์ให้คุณปู่คุณย่าเปิดให้  ทุกๆคนในครอบครัวควรทำความเข้าใจให้ตรงกัน วันนี้แม่สั่งห้ามลูกเล่นโทรศัพท์เป็น1สัปดาห์ เพื่อลงโทษเพราะลูกดูโทรศัพท์หรือไอแพตมากเกินไปและงอแงร้องไห้ ไม่สนใจคนรอบข้าง ทุกคนจะต้องปฎิบัติกับเด็กเช่นกัน เด็กจะเรียนรู้และเข้าใจว่าเขาไม่สามารถเปิดดูโทรศัพท์หรือ ไอแพตได้ และไม่มีใครเปิดให้เพราะทุกคนปฎิบัติในทางเดียวกัน

Sharon McCutcheon

5.พ่อแม่ต้องใจแข็งและทำข้อตกลง

พ่อแม่ส่วนใหญ่มักตามใจลูกๆยิ่งลูกคนเดียวจะตามใจมากบางครั้งลูกงอแงอยากดูโทรศัพท์และบอกไม่ให้ลูกดูลูกเห็นแววตาออนวอนก็ใจอ่อนแล้ว หากลูกอยากดูจริงๆก่อนที่จะดูควรทำข้อตกลงกันว่าไม่เกิน1ชั่วโมงแต่บางครั้งใจดีอาจละเลยเห็นลูกกำลังสนุกไม่อยากขัดใจ พ่อแม่ต้องใจเเข็ง

  • หากเราบอกว่าลูกหมดเวลาแล้วค่ะหากลูกไม่สนใจควรปิดโทรศัพท์
  • ฝึกให้เขาเข้าใจและเรียนรู้เมื่อหมดเวลาปิดแลคืนโทรศัพท์
  • บอกเขาว่าหากเขาไม่ยอมคืนโทรศัพท์และไม่เชื่อฟังเขาจะไม่ได้ดูอีก 1 สัปดาห์
  • หากเด็กร้องไห้งอแงคุณพ่อคุณแม่ควรใจแข็งเพื่อลูกจะได้เรียนรู้เมื่อเด็กเกิดการเรียนรู้เขาจะเปิดเองและส่งให้กับพ่อแม่ และจะเป็นเด็กที่น่ารักที่รู้จักตรงต่อเวลาทำตามกฏที่ตกลงกันไว้